KOH YAO Wonderful Hideaway | ปักหมุดหยุดเวลาที่เกาะยาวน้อย-เกาะยาวใหญ่

“เมื่อชีวิตมีขึ้นมีลง เหมือนน้ำทะเล บางครั้งก็ทุกข์ แต่เดี๋ยวก็มีความสุขตามมาอีกที”

มีเกาะยาวน้อยก็ยังมีเกาะยาวใหญ่ได้เลย…(ไม่เกี่ยว ฮ่าๆ)

ก่อนตัดสินใจมาเกาะยาว ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่ามันจะต้องมีอะไรพิเศษ แค่คิดว่า อยากพาตัวเองออกไปจากตรงนั้นซัก พัก พักเดียวจริงๆ แค่สองสามวันพอ ไม่ได้กลัวเบื่อ แต่กลัวคิดถึงเกินไปต่างหาก ทริปนี้เลยเป็นทริปพักใจ หยุดพักชีวิต ที่เร่งรีบ วุ่นวาย มาอยู่แบบช้าๆ เนิบๆ เลยปักหมุดไว้ว่าชีวิตอย่างนั้นฉันควรจะไปซักเกาะหนึ่งในภาคใต้ ไกลๆเมือง หน่อย ไม่ต้องรับรู้โลกภายนอกอะไรทั้งนั้น มีแค่ตัวเอง กับบรรยากาศดีๆ นอนตื่นสายก็ได้ ทำตัวขี้เกียจก็ได้ เปย์ตัวเอง ให้เต็มที่เลยจ้างานนี้กับการเที่ยว “ปักษ์ใต้ ปักหมุด หยุดเวลา”

แต่ก็นะวัยรุ่นสายลุยอย่างเรา ต่อให้เปย์แค่ไหนมันก็ออกจะฮิปปี้หน่อยๆ แหละ 555

เราเดินทางมาจากท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่ ข้ามเกาะไปด้วยราคาย่อมเยา 120 บาท ไปลงเกาะยาวใหญ่ก่อน ใช้ เวลาไม่นาน แค่ 45 นาที แต่ก็ทำให้หลับได้อยู่ จริงๆสามารถเดินทางมาจากภูเก็ตก็ได้เหมือนกัน ถ้าลงเครื่องมาจะใกล้ กว่ามาจากสนามบินกระบี่

เกาะยาวใหญ่ ต่างจากเกาะยาวน้อยตรงที่มันมีขนาดใหญ่กว่า (เอ้า จะบอกทำไมมม ชื่อก็บอกอยู่แล้ว 555) แต่ก็นั่น แหละ ยาวใหญ่สมชื่อเขาหละ การเดินทางบนเกาะก็เลยเลือกเช่ามอเตอร์ไซด์ขับตั้งแต่ท่าเรือเลย (วันละ 200 บาท) ขับ เข้าที่พัก ทัวร์รอบเกาะสบายเลย เหนือเกาะจรดใต้เกาะก็ไกลกันประมาณ 20 กว่าโล แวะหมุ่บ้าน แวะอ่าว แวะหาด แวะคาเฟ่ หมดวันพอดี

เราว่าเกาะยาวใหญ่จะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีภูเขา ต้นไม้ และชายหาดมากกว่า ส่วนเกาะยาวน้อยจะมีความ เป็นเมืองมากกว่า เป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ มีที่พักให้เลือกมากกว่า ตั้งแต่ที่พักแบบเรียบง่ายจนไปถึงที่พักแบบหรูๆ แต่ถ้าถามเรื่องบรรยากาศของทั้งสองเกาะ เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงเลย ชอบทั้งสองเลย

หลังจากได้รถแล้ว เข้าที่พักกันก่อน เราวอคอินเข้า ทิวสนบีชรีสอร์ท ที่เล็งไว้ก่อนมา เพื่อนมีสระว่ายน้ำอินฟินิตี้และ โลเคชั่นดี ไม่ไกลจากท่าเรือมาก ทีนี่เป็นรีสอร์ทติดหาดทางทิศตะวันออกของเกาะ กะว่าจะได้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ตอนเช้า (ถามว่าเคยตื่นทันบ้างมั้ย โนวววจร้าาา)

สระว่ายน้ำอินฟินิตี้เล็กๆเก๋ๆ ถ่ายรูปออกมาแล้วเหมือนกลายเป็นรีสอร์ทหรูๆขึ้นมาทันที พร้อมวิวเขาหินปูนสลับซับซ้อน

อยู่ชิวที่รีสอร์ทนอนขี้เกียจจนได้ที่ รอแดดร่มลมตกก็ได้เวลาไปสำรวจเกาะแล้วจร้าาา

“แหลมหาด”

เป็นหาดอยู่บนทิศเหนือของเกาะยาวใหญ่ เมื่อน้ำลงตรงนี้จะเป็นลานเลนกว้าง สามารถขับมอเตอร์ไซด์ เข้ามาเลย แต่ต้องระวังหน่อย เพราะมันเป็นดินเลน อาจะลื่นได้ ให้พยายามอยู่บนคันทรายเข้าไว้ค่ะ

ความสนุกอย่างนึงคือ มันจะมีกองทัพปูน้อยเป็นร้อยเป็นพันตัว วิ่งเล่นอยู่บนทราย น่ารักมากกก ไม่เคยเห็นมาก่อน ตัวเล็กๆกลมๆ มีแปดขาสีส้ม แล้วมีตาชี้ขึ้นมา ดุ๊กดิ๊กๆ เหมือนปูที่วาดเล่นตอนเด็กๆเลย

มีชาวบ้านก้มๆเงยๆ อยู่ลิบๆ เหมือนยืนอยู่บนทะเล ไม่แน่ใจว่าเก็บหอย หรือปลา หรือปู จะเดินเข้าไปถามก็ไกลเกิ๊นนน

ภารกิจต่อไปของเราคือตามหาพระอาทิตย์ตกดิน จากแหลมหาดที่อยู่ทิศตะวันออกก็ขับไปอีกฝั่งของเกาะทางทิศตะวัน ตก ขับตามแผนที่ไปฮะ โดยปักหมุดไว้ที่บาร์หนึ่งแถวท่าเรือเฟอรี่จากภูเก็ต (แวะแอ๊วหนุ่มตกปลาที่ท่าเรือแปปนึง ฮ่าๆ)

“24 camping and bar”

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะ เกาะนี้จะมีร้านชิคๆคูลๆ แบบนี้อยู่ด้วย ที่นี่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มมากมาย รวมถึงมีเตาปิ้งย่าง สำหรับอาหารทะเลสดๆจากท่าเรือเลย ตามคอนเสปของร้าน Camping and Bar เค้า หละ

พี่เจ้าของร้านบอกว่า คนจะเริ่มเข้าร้านตอนเย็นๆ แดดร่มลมตกอีกซักนิด ก็จะได้เห็นปาร์ตี้ชิคๆบนยอดเนินนี้ เปิดเพลง คลอเบาๆ พร้อมบรรยากาศชิลๆ มันน่ามาสิงอยู่ที่นี่ชะมัด

เนื่องจากคนส่วนใหญ่บนเกาะยาวนับถือศาสนาอิสลาม เพราะฉะนั้นทั้งร้านของชำและเซเว่น(มีด้วยนะ) จะไม่มีแอลกอ ฮอลขาย มีแค่ในโรงแรมกับบาร์ ส่วนบาร์เท่าที่เจอก็มี 2-3 บาร์เท่านั้นเอง

ใครๆก็บอกกันมาว่า พระอาทิตย์ตกและขึ้น ของเกาะยาวสวยที่สุด ถือเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดเลย พี่ที่แคมป์ปิ้งบาร์ 24 เลยแนะนำให้มาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ “ท่าเรือเลาะจาก” เค้าว่าเป็นจุดดูที่สวยจุดหนึ่งเลย

เรามาถึงท่าเรือเลาะจาก หาดนี้เป็นที่ตั้งของโรงแรม Koh Yao Heaven Resort น่าจะเลือกพักที่นี่เนอะ จะได้ดู พระอาทิตย์ตกง่ายๆ

เดินเลยไปอีกหน่อยจะเจอแหลมยื่นเข้าไปในทะเล เป็นหาดหิน และหน้าผาเล็กๆ ที่ปีนขึ้นไปได้

โป๊ะเชะ!!! จุดนี้เด็ดดวงที่สุดแล้ว เรานั่งริมผา (เตี้ยๆ) มองดูพระอาทิตย์ค่อยๆตกดินอย่างช้าๆ ลับเขาลูกนั้นไป ถือว่าทำ ภารกิจเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ของวันได้สำเร็จ กลับบ้านนอนได้ค่ะ 5555

…………………

DAY 2

เป็นที่แน่นอนว่า การเลือกที่พักฝั่งพระอาทิตย์ขึ้นนั้น ไม่มีผลกับการตื่นเช้าของเราเลย 5555 งั้นขอข้ามไป 9 โมงเลยนะ คะ เราไปแหลมหาดอีกรอบนึง ที่เดียวกับที่ไปมาเมื่อวาน แต่คราวนี้อยากดูตอนน้ำขึ้นบ้างว่าจะเป็นยังไง

ไม่น่าเชื่อนะ ว่าที่นี่มันคือที่เดียวกับที่เราขับมอไซด์แว๊นมาเมื่อวาน พอน้ำขึ้น สันทรายหายไปหมดเลยกลายเป็นทะเล และตรงปลายแหลม ก็ดูเหมือนเป็นเกาะทรายที่มีหาดรอบ 3 ด้าน เจ๋งชะมัด เกาะยาวใหญ่นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ

ไม่ต้องเปิดกูเกิ้ลก็รู้ ว่าจุดนี้คือถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ที่ใครมาเกาะยาวใหญ่ก็ต้องมาเช็คอิน แต่ต้องเช็คเวลาน้ำขึ้น น้ำลงดีๆ เราแนะนำช่วงน้ำลงสุด แล้วกำลังจะขึ้นประมาณ 30% จะเห็นสันทรายแบบไม่มีดินเลน เป็นเส้นยาวเหมือน สันหลังมังกรเลย

ได้เวลา Island Hopping ย้ายเกาะจากเกาะยาวใหญ่ ไปเกาะยาวน้อยแล้ว เราจะคืนมอไซด์ที่ท่าเรือ แต่ลุงไม่อยู่ ลุง บอกว่าจอดไว้นั่นแหละ เสียบกุญแจไว้ได้เลย….. หืมมมม…..เอาจริงดิ ลุงเอาอะไรมามั่นใจว่าจะไม่มีใครมาขโมยอ่ะ เอ้ า เสียบก็เสียบวะ หายไปไม่รู้แล้วนะค้าาาา ลุงน่าจะไว้ใจคนแถวนี้พอสมควร

สำหรับค่าเรือข้ามเกาะรอบละ 100 บาทต่อลำ ถ้าอยากไปคนเดียวก็เหมาไปร้อยนึง มากับเพื่อนก็คนละ 50 บาท หรือ จะรอคนอื่นมาแชร์เรือกันอีกก็ได้ 5 คน ก็คนละ 20 บาทเอง รอสิคะ ป้าไม่รีบค่ะ แฮร่….

มาถึงเกาะยาวน้อย ตามสเตปเดิมคือเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขับรอบเกาะอีกแล้วฮะท่านผู้โช๊มมมมม (เช่าวันละ 250 บาท) เราคิดว่ามันคือการเดินทางที่สะดวกที่สุดแล้ว ให้ไปปั่นจักรยานรอบเกาะคงไม่ไหว เพราะเห็นว่ามีเนินขึ้นเขาด้วย เรา มาแบบสบายๆ ขับชมบรรยากาศไปเรื่อยๆเนาะ

แต่ถ้าใครขับมอเตอร์ไซด์ไม่เป็นไม่ต้องกลัวเที่ยวไม่ได้นะคะ เค้ามีรถสองแถวรอบเกาะ ที่นานๆทีผ่านมาแล้วรับคนข้าง ทาง และแทกซี่ค่ะ ซึ่งแทกซี่คือรถสองแถวที่ไม่รับคนข้างทางคันนั้นนี่แหละ 555 สามารถติดต่อได้จากทุกโรงแรมเลย ค่าใช้เริ่มต้นที่ 100 บาทหรือแล้วแต่การต่อรองค่ะ

เข้าที่พักของวันนี้กันเลยดีกว่า เราจองไว้ที่ “Sabai Corner” เพราะอยากมาสบายนี่แหละ ที่นี่มีเปลนอนชิล แถมติด ทะเล สร้างด้วยไม้ อารมณ์ฮิปปี้นิดๆ ก็หวังว่าที่นี่แหละ จะเป็นจุดปักหมุดหยุดเวลาไว้ตรงนี้ เพราะคงไม่มีอะไรมีความ สุขไปกว่าการนอนฟังเสียงคลื่นริมทะเลแล้ว

ส่วนห้องพักนั้น เป็นบังกาโลไม้พัดลมหลังใหญ่ มีแปลชิลหน้าห้องมองเห็นทะเลได้ ดีงามตามแบบที่ต้องการ ได้ใกล้ชิด ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น Islander ตอนกลางคืนอากาศเย็นสบาย เย็นจนหนาวต้องเอาผ้าเช็ดตัวมาห่ม ตอน แรกก็คิดนะ ว่ามันคงจะร้อนมั้งเค้าถึงไม่มีผ้าห่มมาให้ ตื่นเช้ามาถึงรู้ตัวว่า อ๋อออ นอนทับผ้าห่มอยู่นี่เอง 555

ที่นี่มีบริการ นวด Delivery ด้วยค่ะ แจ้ง Reception ได้เลย แล้วหมอนวดจะมาพร้อมอุปกรณ์พร้อมเพรียง ส่งตรงถึง หน้าระเบียงห้อง สบายไปกับการนวดจากหมอนวดมือดีแห่งเกาะยาวน้อย และหลับตาลงพร้อมกับฟังเสียงคลื่นลมทะเล ซัดฝั่ง โอ้ยยย จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีก

ถ้าใครถามว่า มาทำอะไรที่เกาะยาวน้อย จะตอบแบบสวยๆไปว่า มาพักจิต พักใจ พักผ่อน นอนเปล และเปย์ตัวเอง ใครว่าความสุขซื้อไม่ได้ ไม่จริงหรอก เราซื้อได้ด้วยการเดินทาง และบรรยากาศทะเลใต้ก็ชวนให้เราไปสัมผัสได้ทุกครั้ง ที่คิดจะเที่ยว ใครชวนไปภาคใต้ไม่เคยปฏิเสธลงซักที

นี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาเหยียบพื้นที่เกาะยาว แต่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เสพย์วิวทะเลอย่างบ้าคลั่งแบบไม่ละสายตา ท้อง ทะเลทอดยาวออกไป จรดกับแผงเขาหินปูนใหญ่ ซึ่งเป็นฝั่งของจังหวัดกระบี่ วิวทะเลที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย

มีลุงคนนึงบนเกาะบอกว่า “เกาะยาวอะ ถ้าได้มาครั้งนึงแล้ว จะต้องมีรอบ 2 และรอบ 3 ตามมาแน่นอน” ไม่รู้จะเป็น เรื่องจริงมั้ย แต่ก็รู้สึกนิดๆแล้วว่า มันมีอะไรดึงดูดอยู่

ที่นี่มีคาเฟ่น่ารักๆ ชิงช้าริมชายหาด บีชบาร์ ร้านอาหารทะเลสดๆ และที่ถูกใจเราเห็นจะเป็นเนื้อกระทะบุฟเฟ่นี่แหละ 5555

ถึงเวลาสำรวจเกาะง่ายๆ ในแบบเรา คือมอเตอร์ไซด์ชิลๆ รูทการเดินทางของเกาะยาวน้อย เป็นวงกลม คือสามารถขับ รถรอบเกาะได้ แบบไม่ต้องวนกลับทางเดิม ต่างจากเกาะยาวใหญ่ที่เป็นถนนหลักตรงยาวเหนือจรดใต้

ขับสบาย ออกจากโซนเมืองคือทุ่งนาและป่ายาง แปลกใจอยู่เหมือนกัน ที่นี่เป็นเกาะที่สามารถทำนาได้ด้วย ซึ่งปกติแล้ว ดินเกาะจะเค็ม แปลว่าบนเกาะนี้มันน่าจะสมบูรณ์มากแหละ

มีคาเฟ่หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านชาวประมง นี่ก็หาเจอได้เพราะกดแฮชแทกในอินตาแกรม #kohyaonoi เจอรูปไหน ถูกใจก็กดเข้าไปดูโลเคชั่น ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าแฮชแทกมันมีประโยชน์อย่างนี้นี่เอง คราวหลังเราเลยพยายามแฮชแทก สถานที่ที่โพสบ้าง เผื่อจะได้เป็นประโยชน์กับคนต่อๆไปเหมือนที่เราได้เจอมา

“ลานริมเล” เป็นชานไม้ยื่นไปในทะเล ตกแต่งน่ารัก เสื่อผืนหมอนใบ แล้วนอนกลิ้งได้ดั่งอยู่บ้านเพื่อน

ที่นี่ขายทั้งเครื่องดื่มและอาหาร เราเองก็ฝากท้องไว้กับที่นี่แหละ ผัดไทยริมเล และ ปลาห่อใบเตย จะบอกว่าปลาห่อใบ เตยเป็นอะไรที่โดนมากจริงๆ น้ำจิ้มเหมือนซอสญี่ปุ่นแต่ไม่รู้ว่าซอสอะไรนะ เข้ากันม๊ากกมาก อยากกลับไปกินอีกเลย เนี่ย

พิกัดร้านอยู่ระหว่างทางไปท่าเรือบลูอันดา ที่เป็นเรือพานักท่องเที่ยวทัวร์รอบเกาะ ทั้งอ่าวพังงา เกาะห้อง และสันหลัง มังกรที่ยาวเป็นกิโล Unseen Thailand

“เราชอบหลงทางแบบตั้งใจ”

ใครๆก็ว่าแบบนั้นมันไม่น่าเรียกว่าหลงหรอก แต่มันหลงจริงๆเว้ย สถานที่ถัดไปปักหมุดไว้ ว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตก แต่ถ้าเจอซอยที่น่าเลี้ยวมากกว่าก็จะเลี้ยวไปเลยไม่แคร์แผนที่ ใจง่ายชะมัด…

เราเลี้ยวเข้าซอยที่เขียนป้ายว่า HIDEOUT เพราะชื่อล้วนๆ ไม่ได้รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่รู้ว่ามันต้องเป็นอะไรซักอย่างที่ ลึกลับและน่าค้นหา ต่อมความอยากรู้อยากเห็นมาเต็มฮะ เส้นทางนี้โหดพอสมควร เพราะเป็นทางหินลูกรังขึ้นเนินผ่า กลางป่ายาง หามนุษย์มีไม่ มองขึ้นไปเห็นเหยี่ยวและเสียงนกเงือกร้องรำ… เอิ่ม มีนกเงือกกับเหยี่ยวนี่แหละ เป็นเพื่อน ร่วมทาง เมิงเอ้ยยย สัมผัสเกาะยาวน้อยแบบนี้ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนแน่ๆ (มั้ง) จนไปเจอกับบ้านสองชั้น หลังนึงบนยอดเนิน และคน!!!

ดีใจมาก เจอคนแล้วเว้ยยยย กระจิตกระใจ hideout จะไม่มีป้ายบอกทางอีกหน่อยหรอ จนต้องถามน้องคนนั้นที่ บังเอิญเจอ น้องบอกให้ย้อนกลับไปแล้วเลี้ยวซ้ายหลังควนนั้น ( ควร = เนิน ,ศัพท์ใหม่ที่ควรรู้เมื่อล่องใต้) ตรงไปเลี้ยว ขวา เลี้ยวซ้าย ก็ถึงแล้ว…

ขอบคุณค่ะน้องบ่าววว

ในที่สุดก็มาถึง “Hideout” คำถามที่ค้างอยู่ในใจมานานระหว่างทาง ได้รับคำตอบแล้ว มันคือรีสอร์ทฮะ รีสอร์ทที่เพิ่ง เปิดได้ไม่นาน แต่ก็ให้คนนอกเข้ามาได้

เป็นทั้งร้านอาหาร ทั้งบาร์ ทั้งรีสอร์ท ตั้งอยู่บนยอดเขา มองเห็นวิวเกาะไกลไปถึงอ่าวพังงา สุดยอดเลย รู้สึกคุ้มค่ากับการหลงมามากๆ บนนี้มีฝรั่ง 3-4 คนขับมอไซด์หลงขึ้นมเหมือนกัน เออเนอะ เราก็ไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้

ความพีคของที่นี่คือสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ เทควิวที่ดีที่สุดบนเกาะยาวน้อยเลยมั้ง อยากจะกรี๊ดดังๆ ว่าดีใจมากที่พาตัวเอง มาถึงที่นี่ อยากหันไปบอกเพื่อนแต่ไม่มีใครมาด้วย เลยต้องไปคุยกับรีเซฟชั่นแทน 555

ตอนเย็นๆ บนนี้จะมองเหยี่ยวบินขึ้นฟ้า และนกเงือกบินกลับรัง มองเห็นถึงสันหลังมังกร ทะเลแหวกได้ด้วย อเมซิ่ง

พี่รีเซฟชั่นบอกว่า ที่นี่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงนะ ต้องปั่นไฟเองและใช้แสงโซล่าด้วย ใช้ไฟแค่กลางคืนเท่านั้น (ก็อยู่ไกลซะขนาด นี้ ดูในแผนที่ยังไม่มีทางเข้ามาถึงเลย) แต่ก็ดีตรงมันปลีกวิเวิกมาก สงบ และใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ

เราถามพี่ว่า หน้า High season มีแขกมาพักเยอะมั้ย? พี่แกตอบมาอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “ไม่มี” อ่าว ชิบหายละ รู้สึกพูดผิดกาละเทศะขึ้นมาทันที แล้วพี่ก็พูดขยายความให้ว่า ที่นี่เพิ่งเปิดมาไม่กี่เดือน ยังไม่เคยถึงหน้าไฮเลยฮะ ยัง เพิ่มเริ่มโปรโมตได้นิดหน่อย อย่างวันนี้ก็ยังไม่มีคน แต่ก็มีคนมานั่ง มาชมเรื่อยๆ

โอววว เหมือนเรามาประเดิมให้ เอาเป็นว่าใครชอบความใกล้ชิดธรรมชาติ เอา The Hideout, Koh Yao Noi เป็นตัว เลือกดูนะ ที่นี่มีแค่ 4 หลัง แต่ละหลังเวิลไวด์มาก สวย ชิค ดีไซน์ดี ไม่มีแอร์ แต่เป็นห้องนอนที่ไม่มีผนัง รับลม ชมวิว ชม ดาว ชิลมากแน่นอน แต่อย่าลืมพกยากันยุงด้วยเด้ออออ

พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว ต้องรีบออกจาก hideout ก่อนเพราะถ้ามืด มันคงไม่ดีแน่ๆกับทางแบบนั้น

เรามาขับรถมาจนถึง ท่าเรือหาดแหลมทราย จุดนี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกลงเกาะยาวใหญ่ ที่เพิ่งไปอยู่มาเมื่อวาน ด้วย

วันนี้ท้องฟ้าสีสวยจัง ก้อนเมฆเป็นสีชมพู

นั่งดูพระอาทิตย์ตกคนเดียวมันก็จะเหงาๆหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ทริปที่ไม่ต้องคิดอะไร มากมาย อยู่กับตัวเอง การได้มีโอกาสเอาแต่ใจตัวเองเป็นเรื่องดี ที่หาไม่ได้บ่อยๆ ควรเก็บเกี่ยวมันเอาไว้

ดวงอาทิตย์ยังมีขึ้นมีตก
น้ำทะเลมีขึ้นยังมีลง
มีคนเดินเข้ามา
และมีคนเดินจากไป

เราเองก็เดินเข้าไป
และเดินจากมาเองเหมือนกัน

ถ้าเปรียบเกาะยาวเป็นคน ก็คงจะเป็นเพศชายแหละ สองพี่น้อง คนนึงยาวใหญ่ คนนึงยาวน้อย ฮ่าๆๆ อย่าคิดลึก พี่ยาว ใหญ่อาจจะดูสงบและสุขุมกว่า อาจต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักเพราะกว้างมาก ถ้ารู้จักดีแล้วอาจจะหลงจนหัวปัก หัวปำเลยก็ได้ ส่วนยาวน้อย อย่าเพิ่งน้อยใจไป หลายคนตกหลุมรักเกาะยาวน้อยตั้งแต่แรกพบ เพราะความเฟรนลี่และ เป็นกันเองของเขา สนุก ครื้นเครงและมีกิจกรรมให้ทำเยอะ

นี่เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของเราเท่านั้นนะ อยากรู้ว่าจริงๆเป็นยังไงก็มาดูเอาเองละกัน เนาะ

สำหรับตารางการเดินเรือ
กระบี่ – เกาะยาวใหญ่
10.15 / 11.15 / 13.15 / …. etc
เฟอรี่ ราคา 120 บาท
มีสปีดโบ้ทด้วย แต่ไม่ไม่ทราบรายละเอียด

เกาะยาวใหญ่ – กระบี่
8.00 / 9.40 / 12.00 / 14.00 เฟอรี่ ราคา 120 บาท

เกาะยาวใหญ่ – เกาะยาวน้อย
มีตลอด และจะออกเมื่อคนเต็ม รอบละ 100 บาท ถ้ามี 5 คน ก็คนละ 20 บาท

เกาะยาวน้อย – กระบี่
เฟอรี่ ราคา 120 บาท
8.30 / 9.30 / 10.30 / 11.30 / 12.30 / 13.30 / 14.30 / 16.30

**ข้อมูลได้จากการสอบถามชาวบ้านแถวนั้น จำมาได้แค่นี้ค่ะ ยังไงอัพเดทที่ท่าเรืออีกทีเด้อ

ลาแล้วนะ เกาะยาวน้อยใหญ่
เกาะที่กำลังจะกลายเป็นเกาะลูกรักในดวงใจเรา
เกาะที่มีทั้งป่าและทะเลอยู่ด้วยกัน เกาะที่ผู้คนยิ้มแย้มและต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราอย่างเป็นกันเอง
เกาะที่มีทั้งความหรูหราและบ้านๆอยู่ด้วยกัน
เกาะที่พระอาทิตย์ตกดินสวยมากๆ
เกาะที่เสียบกุญแจทิ้งไว้กับรถก็ไม่หาย
เกาะที่ถ้าไม่มีผู้มาเปย์ก็เปย์ตัวเองก็ได้
เกาะที่อยู่แล้วสบายใจ สบายกาย
เกาะที่อยากให้เวลาหยุดเดิน เพราะอยากสัมผัสความสวยงามตรงหน้านานๆ
เกาะที่ปักหมุดไว้ว่าต้องมาอีกทีแน่นอน

ขอบคุณ ททท. ที่ชวนมาปักษ์ใต้ ปักหมุด หยุดเวลากันที่เกาะยาวน้อย-ใหญ่ครั้งนี้ค่ะ

Comments

comments

Be First to Comment

comment

Subscribe to Blog via Email

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.