ELLA, SRI LANKA | เอลล่า ศรีลังกา เมืองที่อยากเก็บไว้เป็นความลับ

มาถึงแล้วเด้อ ELLA เมืองนี้ชื่อเพราะยังกับเจ้าหญิงดิสนีย์ เอลล่าเป็นเมืองเล็กๆ กลางหุบเขา มีอากาศเย็นทั้งปี สิ่งที่ทำให้คนติดใจเมืองนี้คือ บรรยากาศโคตรชิล ฮิปปี้นิดๆ มีภูเขา มีน้ำตก มีไร่ชา ที่พักราคาถูก สามารถพักอยู่เมืองนี้นานๆได้เลย 

แต่จุดที่เราประทับใจมากๆคือการนั่งรถไฟมาจากแคนดี้ ซึ่งเค้าว่ากันว่าเป็นเส้นทางที่สวยที่สุดในศรีลังกา และเป็นหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในโลก ววววะวะวะว๊าวววววว!!!

KANDY TO ELLA RAILWAY

รถไฟจากแคนดี้ไปเอลล่า เค้าว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลก มีระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง เป็นรถไฟสีฟ้า ตัดกับสีเขียวไร่ชา น่าร๊ากกกกจริงๆ

ถ้าถามเราว่าเบื่อมั้ย บอกเลยว่าไม่! ไม่ได้หลับเลย เพราะระหว่างทางรายล้อมไปด้วยภูเขา ห้วยหนอง คลอง บึง ไร่ชา และหมู่บ้านเล็กๆ ให้เชยชม อีกทั้งอากาศก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามภูมิประเทศที่รถไฟผ่าน อย่างตอนขึ้นรถไฟใหม่ๆใส่เสื้อกล้ามเพราะอากาศร้อน พอผ่านไปเรื่อยๆ ผ่านป่า อากาศก็เย็นขึ้น แล้วซักพักฝนก็ตกเด้อ ต้องตื่นมาปิดหน้าต่าง นั่งต่อไปอีกก็ขึ้นเขาเข้าเขตอากาศหนาว ต้องตื่นมาใส่เสื้อกันหนาวอีก แล้วอยู่ดีๆ ก็ผ่านม่านหมอกหนาๆ เหมือนเวลาแฮรี่ พอตเตอร์นั่งรถไฟไปฮอควอตส์ 5555 ก็เลยไม่ได้นอน ต้องดูวิวตลอดเลย (สรุปมันดีมั้ยเนี่ย!!??)

สามารถดูวิธีเดินทางก่อนมาถึงเอลล่า ที่นี่
ตอน THINGS TO DO IN KANDY, SRI LANKA | แคนดี้ ศรีลังกา เมืองนี้น่ารักเหมือนชื่อ

พอนั่งเบื่อๆ ก็ย้ายออกมานั่งตรงประตูระหว่างตู้รถไฟ มันเหมือนเราเปลี่ยนจากดูทีวีผ่านจอหน้าต่างรถไฟ มาเป็นยืนมองประตูโดเรมอน ที่เปลี่ยนวิวไปเรื่อยๆอะ

ไม่รู้คนอื่นอินการนั่งรถไฟแบบเรามั้ย แต่เพื่อนเราที่มาด้วยเค้าก็ดูเอนจอยกันนะ เพราะเตรียมตัวมาพร้อมด้วยหละ โหลดเพลง โหลดหนัง โหลดเกมส์มาเล่นกัน 

ระหว่างทาง จะมีชาร้อนๆ ขึ้นมาขายตลอดทาง จิบชิลๆไป แก้วละ 5 บาทเอง

มีคุณลุงเดินขายสตรอเบอรี่ด้วย หน้าสถานี Nuwara Eliya สถานีหนึ่งที่นักท่องเที่ยวลงกันเยอะๆ เป็นเมืองตากอากาศบนภูเขา อากาศเย็นทั้งปี นี่ถ้ามีเวลาก็อยากแวะนะ

ELLA

เรามาถึงเอลล่าประมาณเกือบ 4 โมงเย็น แค่เดินลงจากรถไฟก็รู้สึกได้ถึงความตะมุตะมิ รถไฟสีฟ้าอ่อน สถานีสีครีมๆ ดูวินเทจ อากาศเย็นๆ นี่เราจะชอบตั้งแต่ก้าวแรกเลยหรอวะเนี่ย

เราจองที่พักวิวดีบนไหล่เขาแห่งหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเท่าไหร่ ต้องเดินตามรางรถไฟถึงจะเข้าที่พักได้ 

ใช่ค่ะ เดินบนรางรถไฟนี่แหละ เพราะระยะทางมันใกล้กว่าเดินบนถนน ต้องระวังเวลารถไฟมา เตรียมหาทางหลบเอาไว้ด้วย ซึ่งจะมีชาวบ้านที่เดินอยู่คอยบอกระหว่างทาง ว่ารถไฟจะผ่านตรงนี้ประมาณกี่โมงๆ

THE VIEW ELLA  RESORT

โรงแรมที่เอลล่ามีแต่ที่สวยๆ วิวดีๆ ตอนเลือกก็เลือกยากเหมือนกัน แต่ก็มาจบที่ The View Ella เพราะมีสระว่ายน้ำ อยู่สูงสุด มองเห็นวิวกว้างมากๆ มองเห็นเทือกเขา มองเห็นน้ำตก มองเห็นทางรถไฟที่เพิ่งนั่งผ่านมา และมีห้อง Triple Room 3 เตียง ที่นี่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 1 กิโล พวกเราสายถึกค่ะ เดินได้สบายๆ สบายแค่ตรงทางรถไฟแหละ อย่าลืมว่าห้องเราวิวสวยๆอะ มักจะอยู่บนเขา เลี้ยวขวาออกจากทางรถไฟก็เดินขึ้นเนินชันๆ ไปค่าาาา

เพื่อวิวสวยๆเราทนได้

จองที่พักได้ที่นี่ http://www.theviewella.com
หรือ https://www.booking.com/hotel/lk/the-view-ella.en-gb.html?aid=356980;label=gog235jc-1DCAsohQFCDXRoZS12aWV3LWVsbGFIM1gDaN0BiAEBmAEJuAEHyAEN2AED6AEBiAIBqAIDuAKh75_nBcACAQ;sid=54a6cc3b6ccf49ac4516e9c19d5a1740;dist=0&keep_landing=1&sb_price_type=total&type=total&

NINE ARCH BRIDGE

เกือบจะ 6 โมงเย็นแล้ว วันนี้เรามีนัดกับสะพานรถไฟ Nine Arch Bridge สะพานชื่อดังที่เหล่า Blogger ชอบมาถ่ายกัน จากที่พักเราก็เดินตามทางรถไฟประมาณ 3 กิโล … 

“อิบร้า เอาจริงหรอ จะเดินไปกันจริงๆ หรอ  3 กิโลเลยนะเว่ย!!!“ 

เราได้แต่บ่นอยู่คนเดียวอะ ไม่มีใครเห็นใจผุ้หญิงตัวน้อยๆอย่างกุเลย พวกนั้นเป็นฝรั่งแข็งแรงค่ะ มันก็บ่นเราเหมือนกันว่าแค่ 3 กิโลเอง ทำไมจะเดินไม่ได้ T_T ก็ต้องก้าวต่อไปจ้า แล้วทางนี้ก็คือเดินบนหมอนรถไฟอะ ต้องรีบเดินเดี๋ยวรถไฟมา แล้วถ้ามันมาตอนอยู่ในอุโมงอีกจะซวยเอา หาที่หลบไม่ได้

นี่โดดไปโดดมา ก้าวผิดจังหวะ ตกหมอน ขาพลิกไปอีก  ฮืออ เดินยากอยู่เด้อ

NINE ARCH BRIDGE

ขากลับนี่ออกตัวก่อนเลย ฉันจะนั่งตุ๊กตุ๊กกลับนะ ใครจะเดินกลับก็เดิน แต่กุไม่เดิน!!! 

เพราะตรงจุดๆนั้นจะมีรถตุ๊กตุ๊กมาจอดรอรับอยู่แล้ว อีกทั้ง มันก็ใกล้ตะมืดแล้วด้วย เดินทางรถไฟหลังพระอาทิตย์ตกดินมันอันตราย 

ซิ่งไปเลยจ้าาาา พี่เขียวววว

หลังจากขึ้นพี่ตุ๊กตุ๊กแล้วก็ได้รู้ว่า เส้นทางรถยนต์มันไกลก็ว่าทางรถไฟมาก เป็นทางดินคดโค้งไปมาตามสันเขา ขึ้นลงเขาอีก แต่ก็นะ ให้เดินอีกก็ไม่เอาแล้ว

ELLA NIGHTLIFE

นั่งรถตุ๊กตุ๊กจากสะพาน Nine Arch มาถึงเมืองก็เริ่มมืดพอดี เราลงในดาวน์ทาวน์ เป็นถนนเส้นเดียวที่มีร้านค้า บาร์ คาเฟ่ เรียงรายตลอดเส้นทางประมาณ 500 เมตร สามารถเลือกร้านที่ถูกใจๆได้เลย ที่นี่ไม่ต้องไปซื้อเบียร์ใต้อาคารจอดรถเหมือนแคนดี้แล้วเด้อ นั่งบาร์กินกลางแจ้งสบายๆ มีร้านเยอะ จัด LION ไปคนละขวดสองขวดฮะ ชื่นใจ

GOOD MORNING ELLA

เมื่อคืนเดินกลับห้องมาแบบมึนๆ เลยไม่ได้ปิดผ้าม่านห้องนอนไว้ ทำให้แสงอาทิตย์เบาๆยามเช้าปลุกเราตื่นกันทั้งสามคน แล้วก็เดินออกมาหน้าระเบียงห้อง ภาพที่เห็นคือทิวเขาสลับซันซ้อน เรียงตัวกันสวยโคตรรรร หมอกเบาๆ อากาศเย็นๆ จนต้องเอาผ้าห่มคลุมตัวออกมาด้วย เห้ยยย ฟีลโคตรดี ชอบที่นี่จัง

วิวที่เห็นนี่คือเราสามารถ Trekking ขึ้นไปได้ด้วยนะ ที่นี่มีจุดชมวิวฮิตๆอยู่ 2 เขา คือ Little Adam’s Peak (ด้านซ้าย) กับ Ella Rock (ด้่านขวา) เดี๋ยววันนี้จะไปปีนกัน

ฟินเสร็จแล้ว ก็กลับไปนอนต่อได้ 555

อาหารเช้าโรงแรมที่นี่ เน้นผลไม้มาก ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ

ELLA DOWNTOWN

ตัวเมืองเอลล่าในช่วงกลางวันเป็นแบบนี้ มีร้านเยอะแยะ สำหรับ Vegan ก็เยอะ แต่อาหารท้องถิ่นของที่นี่จะคล้ายๆอินเดียแหละ ผัดผักเครื่องเทศ แกงกะหรี่ โรตี เราไม่ใช่สายนั้น เรากินได้แต่ผลไม้ ฮ่าๆๆ

เอาจริงๆเราชอบเมืองนี้สุดในทริปแล้ว นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะดี อยากเก็บเมืองนี้ไว้เป็นความลับจัง แต่ไม่ทันแล้ว แหะๆ

LITTLE ADAM’S PEAK or ELLA’S ROCK

จุดชมวิวมุมสูงในเอลล่าที่เราสามารถเดินไปดูได้มี2ที่คือ LITTLE ADAM’S PEAK กับ ELLA’S ROCK ซึ่งมันอยู่ตรงข้ามกันเลย ถ้าเลือกอันนึงก็จะเห็นวิวของอีกอันนึง เราว่า Ella’s Rock จะยากกว่านิดนึง เดินนานกว่า ไกลเมืองกว่า ระหว่างทางมีน้ำตกด้วย แต่เราเลือกไป Little Adam เพราะใช้เวลาน้อยกว่า คือขึ้เกียจเดินเยอะอะ 555

อดัมพีคสามารถเดินเท้าจากดาวน์ทาวน์ได้ ไม่ไกลมาก ไม่ต้องเสียค่าตุ๊กตุ๊กแพง เราใช้เวลาขึ้นเดินไปชมวิวจนกลับลงมาประมาณ 3-4 ชั่วโมง รวมถ่ายรูประหว่างทางด้วย และแวะไร่ชา Tea Plantation 

สิ่งที่ต้องเตรียมไปคือรองเท้าผ้าใบกับน้ำเปล่านะจ๊ะ ทางเดินเป็นบรรไดชันเหนื่อยพอประมาณ  และจะเจอวิวประมาณนี้!!!! สวยโคตรรรรร 

 สันเขาหินๆตรงข้ามที่เรานั่งมองอยู่นั้นคือ Ella’s rock ค่ะ

CYLON TEA PLANTATION

ขากลับจากอดัมพีคจะมี 3 แยก เลือกว่าจะเดินกลับเข้าเมืองหรือเดินไปดู Cylon Tea Plantation  ระหว่างทางเป็นไร่ชากว้างมากๆ คือเกือบทุกพื้นที่บนเนินเขาของที่นี่เป็นไร่ชาอะ มีชาวบ้านเด็ดชากันจริงๆ หรือถ้าจะเดินเข้าไปอีกก็จะเป็นคาเฟ่ลึกลับ มีชิมชา Afternoon tea ขายของที่ระลึก เป็นคาเฟ่ของรีสอร์ทที่แพงที่สุดในเอลล่า มาศรีลังกาเมืองขึ้นชื่อแห่งชาซีลอน ไม่โดนไม่ได้อะ

พักสักแปปแล้วค่อยนั่งรถตุ๊กตุ๊กจากหน้าคาเฟ่กลับเข้าเมือง เพราะขึ้เกียจเดินกลับทางเดิมแล้ว

ปล เวลาถ่ายรูปคนท้องถิ่นที่นี่เค้าจะขอทิปด้วยนะ ไม่ให้นางจะเหวี่ยง 5 บาท 10 บาทพอ

เรารีบออกจากอดัมพีค เพราะเดี๋ยวต้องขึ้นรถบัสไปย้ายเมืองไป Mirissa รอบสุดท้ายคือ 4 โมงเย็น แต่ด้วยความหิว พวกเราจึงใช้เงินแก้ปัญหา ด้วยการพักกินกันก่อน พร้อมเมื่อไหร่ก็เหมาแทกซี่ส่วนตัวไปเลย 

ประสบการณ์เจอแท็กซี่เถือน TAXI SCAM

‘ยากูซ่าศรีลังกา’

จากเมือง Ella ไปเมือง Mirissa ใช้เวลา 4 ชม. เราก็เดินถามแทกซี่ในดาวน์ทาวน์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกใจ และในที่สุดก็เจอแทกซี่ราคาถูก คันใหญ่ นั่งสบาย และได้จอดแวะข้างทางเรื่อยๆ

ราคาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 12000รูปี(3000บ.) เราต่อมาได้ 8500รูปี(2100บ.) แต่จะต้องแอบไปขึ้นรถหลังร้านอาหารนะ ซึ่งพวกเราก็โอเค ขอกินข้าวก่อนแล้วเดี๋ยวจะออกไป

รถตู้คันใหญ่นั่งสบาย ขับออกจากเมืองไปได้ 15 นาที อยู่ๆก็มีรถมอไซด์ขับมาขนาบข้างรถตู้เราพร้อมเคาะกระจกแล้วบีบแตรให้จอด (ในขณะที่รถวิ่งอยู่นี่แหละ แม่งสามารถมากๆ) ด้านหน้ามีรถตู้อีกหนึ่งคันขับช้าๆ ด้านหลังเป็นรถเก๋งอีกคันมาช่วยประกบให้จอด ยังกะในหนังอะ ใจแป้วแล้วหละตอนนั้น แม่งจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ 

.

พี่คนขับอุทานออกมาเบาๆว่า

“We got a problem…”

เท่านั้นแหละ กูรู้เลยว่า ความชิบหายจะมาเยือนแล้ว…

.

รถจอดข้างทาง คนจากรถตู้ข้างหน้าเดินออกมา เหมือนเป็นลุงลุคเจ้าพ่อพร้อมบอดี้การ์ดอีก 4-5 คน เข้ามาเปิดประตูข้างคนขับด้วยท่าทีโมโหและเกรี้ยวกราด(มีคลิป) ทั้งด่าทั้งชี้หน้า เถียงกันไปกันมาอย่างรุนแรง จะต่อยกันอยู่แล้ว พี่คนขับกลัวจนตัวหดแทบจะไปกองอยู่กับพื้น ด่ากันว่าไรก็ไม่เข้าใจหรอก แต่รู้สึกว่า เออกุยอมแล้วจ้าา ยอมแล้วววว

หลังจากนั้น เจ้าพ่อหันมาทางพวกเราที่นั่งงงๆกันอยู่ในรถ แล้วไล่ให้ออกไปนั่งรถเก๋งที่จอดรออยู่ข้างหลัง โดยให้เหตุผลว่า คนขับรถคันนี้เป็นแทกซี่เถื่อน ไม่ใช่คนในเอลล่า แต่มาจากมิริสซ่า มาแย่งงานแย่งเงินคนในหมู่บ้าน จะมาแย่งลูกค้าไปง่ายๆอย่างนี้ไม่ได้ ดราม่าใส่กูอีกกก 

แต่พวกเราไม่ยอมลง คือทำไมวะ ทำไมต้องไปด้วยอะ ก็เลือกคันนี้มาแล้ว กุจ่ายเงินแล้วมั้ยอ่ะ นั่งมาแล้วนะว้อยยย? ลุคกับเควินเพื่อนเรานี่ไม่ยอมลงเลย เถียงต่อ แต่ใจกุเนี่ยย กลัววแล้ว คือลงเถอะ กุว่าลุงอาจจะมีปืนก็ได้ ลูกสมุนเยอะขนาดนั้น

ลุงถามรอบสุดท้าย คันนี้ไม่ไปมิริสซ่าแล้ว แต่จะไปสถานีตำรวจ พวกมึงจะไม่ลงจริงๆใช่มั้ย?

“ใช่ ไม่ลง!!”

แล้วลุงก็ปิดประตูใส่ดังๆแล้วบอกว่า เออ ไปสถานีตำรวจหมดนี่แหละ!!!

เอ้าาา!!!  กุผิดอัลลั้ยยยยยยยเนี่ยยย ไม่ไปโว้ยยยยยยย

.

สุดท้าย คนขับบอกให้เราลงไปเถอะ ยอมเถิดด พวกเราจึงยอมลงจากรถ ไปนั่งรถเก๋งเล็กๆอีกคัน โดยจ่ายเท่าเดิม…กับรถเล็กลง แล้วคนขับคนใหม่ตัวเหม็นมาก (อ้วกไปทีนึง)

.

นี่มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ยยยยย ทริปศรีลังกาอันสวยงามของฉันนนน ฮืออออ.

ปิดท้ายเอลล่าด้วยภาพรถตู้คันที่ได้ตอนแรก ดีใจมาก รถใหญ่ นั่งสบายตูด ดีใจจนอยากถ่ายรูปเก็บไว้อะคิดดู

อ่านตอนต่อไปได้ที่นี่

GALLE – MIRISSA , SRI LANKA | กัลล์ – มิริสซ่า เส้นทางเลียบทะเล เมืองตากอากาศบรรยากาศดี ที่ศรีลังกา

 

6 DAYS IN SRI LANKA ITINERARY | วางแผนทริปเที่ยวศรีลังกา 6 วัน แพลนยังไงให้พอ

THINGS TO DO IN KANDY, SRI LANKA | แคนดี้ ศรีลังกา เมืองนี้น่ารักเหมือนชื่อ

GALLE – MIRISSA , SRI LANKA | กัลล์ – มิริสซ่า เส้นทางเลียบทะเล เมืองตากอากาศบรรยากาศดี ที่ศรีลังกา

 

Comments

comments

Be First to Comment

comment

Top Posts