ALONE IN ‘GILI’ ISLANDS | เกาะกิลีบาหลี ทริปนี้ไม่มีเธอ

บาหลี เป็นหนึ่งใน Bucket List อันดับต้นๆของเรามาตั้งแต่เด็ก เคยฝันมานานแล้วว่าจะต้องมาให้ได้ ด้วยความชื่นชอบในทะเล แถมโดนบิ๊วด้วยภาพจากเนตมาเยอะ ไหนๆ ก็อยู่ในช่วงว่างงานอยู่แล้ว เลยตัดสินใจมา แถมมาคนเดียวด้วยนะ ชวนใครก็ไม่มีใครว่าง 555

ไม่เป็นไร ชินแล้ว…

 

แต่ทริปนี้ส่วนที่เน้นสุดของเราคงจะเป็น การมาสัมผัสทะเลและชีวิตบนหาดทราย เราอยากเห็นน้ำใส ๆ ทรายขาว ๆ ว่ายน้ำกับเต่า ดำดูปะการัง ด้วยโจทย์ที่มี ก็เลยทำให้เราได้รู้จักกับหมู่เกาะนึง จากปากของนักท่องเที่ยวที่เจอระหว่างทาง มันไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกลจากเกาะบาหลีนัก สามารถนั่งเรือมาจากบาหลีได้เลย ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เราไปปลีกวิเวกอยู่ที่นั่นซัก 4-5 วัน แล้วค่อยกลับมาเที่ยวบาหลีต่อ

เกาะนี้มีชื่อว่า “กิลี” เป็นเกาะเล็กๆ เล็กมากๆ ในประเทศอินโดนีเซีย กิลี แบ่งเป็น 3 เกาะด้วยกันคือ GILI Trawangan , GILI Meno , GILI Air เป็นหมู่เกาะที่เราชอบที่สุด และไกลบ้านที่สุดที่เราเคยไปมาเลยหละ

มาพูดถึงเรื่องการเดินทาง จากกรุงเทพ มาบาหลีก่อนเลย มีหลายสายการบินทีเดียว จะบินตรงหรือต่อเครื่อง แล้วแต่ความสะดวกและเงินในกระเป๋า เรามีอีกทางเลือกนึงในการซื้อตั๋วเครื่องบินมาแนะนำ คือ www.traveligo.com เป็นเว็บจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือเช่ารถ เรียกได้ว่าเข้าเว็บเดียวก็วางแผนได้ทั้งการเดินทางเลย และการจองผ่านตัวแทนแบบนี้ นอกจากจะไม่ต้องไปเสิร์ชเทียบราคาแต่ละสายการบิน แต่ traveligo เค้ายังดีลราคาตั๋วเครื่องบินและโรงแรมมาให้เราได้ถูกกว่าจองเองอีกเด้อ ถ้าขี้เกียจเสิร์ชเองก็สามารถโทรได้ที่ 021871008 อิอิ

(เราได้ตั๋วไปกลับบาหลีราคาประมาณ 7xxx ขาไปต่อเครื่องที่ กัวลาลัมเปอร์ – จาการ์ต้า – บาหลี ขากลับจาก บาหลี – จาการ์ต้า – กรุงเทพ)

บาหลี ไป เกาะกิลี

การมาบาหลีไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แต่อันต่อไปหนิ ยาก เพราะหาข้อมูลภาษาไทยไม่ค่อยได้ เลยอยากจะเขียนให้อ่านจากประสบการณ์ตรง จากบาหลี ไปเกาะกิลี มีหลายวิธีค่ะ  นั่งเครื่องไปลงลอมบกก็ได้ ที่เราจะแนะนำคือเดินทางด้วยเรือ

แต่ละเรือที่วิ่งมาจากบาหลีจะผ่านทั้งสามเกาะกิลีเลย รวมถึงเกาะลอมบกด้วย เส้นทางการเดินเรือ Padang Bai (ท่าเรือบาหลี) – Lombok – Gili Air – Gili Meno – Gili Trawangan

 

FAST BOAT

อันนี้วิธีเราเอง เราเน้นความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก คือเราจองจากที่พักที่รีเซฟชั่น และจะมีรถมารับหน้าที่พักเลย แต่ละโรงแรมเนี่ยเค้าจะมีดีลกับทางบริษัทเรือกันอยู่แล้ว มันมีขายแน่นวลค่ะ ส่วนใหญ่จะมีรอบเช้า และรอบบ่าย ต้องไปถามเวลากับร้านอีกทีนะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง หรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ราคา 200,000 – 300,000 รูเปีย แล้วแต่ต่อราคาได้ ถ้าซื้อทั้งขาไปและขากลับก็จะถูกลง

แพคเกตเรือไปกิลี ถ้าดูตามร้านทัวร์จะมีกันอยู่แล้ว อาจจะต่อรองราคาได้ถูกกว่าซื้อที่โรงแรม  แต่เราว่ามันก็ไม่ต่างกันมากหรอก ซื้อจากโรงแรม ก็จะมีรถมารับโรงแรม ซื้อจากร้านทัวร์ ก็ต้องเดินไปขึ้นรถร้านทัวร์

อีกวิธีคือจองออนไลน์ ต้องจองล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 3 วันเด้อ ถ้าไม่จองก่อนแต่เอาข้อมูลนี้ไว้ดูรอบเรือก็ได้ค่ะ https://www.baliferry.com/th/gili-trawangan.html  ถ้าอยากได้ถูกกว่านี้อีก ก็ไปซื้อที่ท่าเรือ Padang Bai ได้เลยค่ะ แต่ไม่คอนเฟิมนะว่าเรือจะเต็มรึปล่าว

 

PUBLIC FERRY

วิธีนี้สำหรับคน LOW BUDGET อยากเข้าถึงวิถีโลคอล นั่งเรือไม้ชาวบ้าน ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ยังไม่รวมช่วงโหลดของนะ ส่วนใหญ่แล้วชาวบาหลีและลอมบกก็ใช้เรือนี้แหละ แค่ 40,000 รูเปีย หรือนักท่องเที่ยวบางคนอาจจะเหมาทั้งเรือเป็น Private Cabin เลยก็ได้

 

แถมด้วยอีกวิธีคือ PRIVATE HELICOPTER นั่งฮอข้ามไป นี่คงไม่ใช่วิถีคนอย่างเราค่ะ แต่จะบอกไว้ว่ามันมีนะ ใช้เวลาแค่ 45 นาที นั่งได้ทีละ 5 คน ราคาไม่รู้ ลองเสิร์ชเอาได้ที่บริษัท Air Bali

เกริ่นมายาวไป๊ เข้าเรื่องเลยค่ะ หลังจากรถตู้มารับที่โฮสเทล ตอน 10.30 ก็ต้องเดินทางไปยังท่าเรือ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จาก kuta beach และรอเรือออกรอบ บ่ายโมงตรง

เราลงเรือที่เกาะ Gili Trawangan ในวันแรกื เพราะได้ยินมาว่าเกาะกิลีที (ขอเรียกย่อนะ เค้าก็เรียกแบบนี้กัน) เป็นเกาะที่ครบที่สุด หาที่พักง่ายสุด เดินทางสะดวกสุด และคนเยอะสุด

หลังจากก้าวเท้าลงจากเรือ ก็เอ๋อเลย เหมือนไม่ได้อยู่ในเอเชีย เกือบทั้งหมดเป็นฝรั่งหัวทอง หาเอเชียหัวดำยากมาก จนรู้สึกว่าเราอาจจะเป็นคนไทยคนเดียวบนเกาะนี้ก็ได้

GILI – BALI 003 รถม้า

สิ่งที่ทำเราตกใจที่สุดคือ บนเกาะนี้ไม่มีรถยนต์ ไม่มีมอเตอร์ไซค์ แต่มีรถม้ากับจักรยาน เค้าใช้รถม้าสัญจรไปมากันจริงๆ ทางเดินนี่ก็ต้องหลบให้เค้าหละ ม้าเป็นใหญ่ แต่มันก็ดีที่ทำให้อากาศที่นี่ดี ไม่มีมลพิษ ไม่ต้องมีปั๊มน้ำมัน ไม่มีทิ้งสารลงทะเล นี่คือจุดที่ทำให้น้ำทะเลของกิลี ยังรักษาความใสไว้ได้ ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะแค่ไหนก็ตาม

เกาะนี้มีถนนเส้นหลักอยู่ตรงท่าเรือเลย ยาวประมาณกิโลนึงได้มั้ง และมีถนนวิ่งรอบเกาะเลียบชายหาดเป็นวงกลม แต่มันก็มีจุดนึงที่รถม้าไม่สามารถวิ่งรอบได้ ขนาดรถจักรยานยังต้องเข็นเอาเลย

GILI-BALI 004 Gili La Bohemeโฮสเทล

 

ช่วงนี้เป็นช่วง  High Season ของบาหลี ก็คือ กรกฎา-กันยา เพราะเค้าบอกว่ามันไม่มีมรสุม ฝนตกน้อย(ไม่ใช่ไม่ตกนะ) กลัวโฮสเทลเต็ม ก็เลยต้องจองไว้ก่อนมา ชื่อโฮสเทลว่า “Gili La Boheme” คืนละ 536 บาท ถือว่าแพงอยู่นะ เพราะห้องไม่มีแอร์ แถมประตูล็อคไม่ได้ (อันนี้เพิ่งมารู้หลังเช็คอิน) แต่ก็มีความดีไซน์เก๋และความโซนโซเชี่ยลอยู่ประมาณนึง

GILI-BALI 005 เพื่อนใหม่

เพื่อนใหม่ในโฮสเทลหาได้ง่ายๆนะสำหรับเรา เพราะทุกคนเค้าเลือกนอนโฮสเทลเพราะจะหาเพื่อนเที่ยวกันอยู่แล้ว หลังจากเราได้ทำความรู้จักกับนิค รูมเมทที่เข้าเช็คอินพร้อมกัน พวกเราก็ตัดสินใจเดินสำรวจเกาะด้วยกัน

นิคเป็นผู้ชายอะไรก็ได้จริงๆ ลองได้ทุกอย่าง ชวนทำอะไรก็ไปหมด ชวนกินอะไรก็กินหมด ยิ่งมาเจอเราเป็นสายลองของแปลกด้วยแล้ว ก็ดีเลยนะ มีเพื่อนช่วยลองกิน

GILI-BALI 006 อาหารวันแรก

เนื่องจากหิวมาก เลยชวนนิคเดินเล่นหาอะไรกิน เริ่มจากเนื้อปิ้งคุณยาย ที่นั่งขายอยู่ข้างทาง ต่อด้วย ก๋วยเตี๋ยวสูตรไม่คุ้นลิ้น ใส้แป้งก้อนแทนลูกชิ้น 5555 ต่อด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง พลังตัวสามขา ที่หยิบมาจากตู้เพราะชอบโลโก้บนกะป๋อง ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่ากินอะไรลงไป 5555

และปิดท้ายเครื่องดื่มแบบสวยๆ ด้วย BINTAN เบียร์ที่อร่อยที่สุดในอินโดนิเซีย (สำหรับเรานะ) นอนกินเบียร์ริมทะเล ดูพระอาทิตย์ตกดิน คืออะไรที่ชิลที่สุดแล้ว

GIL-BALI 007 น้ำทะเล

ตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นมาบนเกาะ Felicities ต่างๆที่เจอมันดึงดูดความสนใจจากทะเลไปเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่สวยนะ น้ำที่นี่ใสมวากกกก ถ้าให้เทียบกับประเทศไทยก็สีประมาณ เกาะเต่า เกาะพงัน แต่ที่นี่ใสกว่า แต่แค่วันนี้มันครึ้มๆไปหน่อย

GILI-BALI 008 Scuba Diving

แผนของเราในวันที่ 2 คือ ไปดำน้ำลึก มิชชั่นที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ไทยแล้ว เพียงแต่ยังมีความกลัวอยู่ เพราะที่เรียนมาเป็นภาษาไทย ครูคนไทย แต่พอมาต่างประเทศแล้วเนี่ย มันจะพูดคนละแบบเลยอะ แล้วนี่ก็เป็นการลง Diving ครั้งที่  6 เอง มันก็เลยตื่นเต้นมวากกก

ที่นี่มีร้านดำน้ำเยอะมาก แต่เราดำน้ำกับ Gili Divers ค่ะ Dive Master เป็นฝรั่งทุกคนเด้อออออ

ส่วนนิคก็ลงเรียนดำน้ำใหม่ คอร์ส Open Water บอกแล้วว่านางลองทุกอย่างจริงๆ

สิ่งพิเศษในการมาดำน้ำที่กิลีคือ 90%  เห็นเต่าทะเลแน่ๆ และอาจจะเห็นจนเบื่อเลยหละ ซึ่งมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ ใต้ทะเลมีทั้งเต่า ทั้งปลาหมึก ปลาไหลมอเรย์ อีกหลายๆตัว แต่เสียดายที่ปะการังไม่ค่อยสวยอย่างที่คิด

GILI-BALI 009 BONFIRE

หลังจากกลับจากดำน้ำเสร็จแล้ว วันนี้ที่โฮสเทลมี ปาร์ตี้ BONFIRE มีคนอื่นๆจากที่อื่นก็มาแจมกันอย่างล้นหลามที่โฮสเทลเรา แล้วรวมตัวเดินเป็นขบวนไปยังชายหาดลับ ประมาณ 1 กิโล โดยแก๊งรีเซฟชั่นชาวอินโดเป็นคนจัดงาน และเซอร์วิสทุก ๆ อย่าง กระทั่งขนถังน้ำแข็งแช่เบียร์ไปด้วย

ในระหว่างทาง แต่ละคนจะต้องช่วยกันถือไม้ไปเป็นฟืนสำหรับงานนี้ ก็เก็บกันสดๆจากข้างทางเลยนี่แหละ

พอถึงชายหาด งานก็เริ่มขึ้น มีทีมก่อไฟ มีทีมเอนเตอร์เทน ทีมเตะตะกร้อ และทีมกินแต่เบียร์ เราเองอยู่ในทีมสุดท้ายค่ะ 5555

บรรยากาศตอนนี้คือเป็นอะไรที่ดีต่อใจมากๆ พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ท้องฟ้าเป็นสีวานิลลา คนแปลกหน้าเริ่มคุยกัน แล้วฉันก็เริ่มจิบเบียร์เย็นๆ

มีเด้กน้อยชาวบ้านมาวิ่งเล่นข้างๆกองไฟ

แต่แล้ว ปาร์ตี้ก็จบลงเพราะฝนตกลงมา 5555

________

 

GILI-BALI 010 ปั่นจักรยานรอบเกาะกิลีที

วันที่ 3 บนเกาะ กิลีที อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่นี่คือ ปั่นจักรยานรอบเกาะ แต่สำหรับใครที่ขี้เกียจก็นั่งรถม้ารอบเกาะก็ได้นะ ในแต่ละทิศของเกาะ สีของนำ้ทะเลก็แตกต่างกันไป สีทรายก็ต่างกันอีก บางที่เป็นทรายขาว บางที่เป็นทรายดำ และบางที่ก็ไม่มีทรายมีแต่หิน แต่ที่มีเหมือนกันคือ ความชิลบนชายหาด

ทิศตะวันออกของเกาะเป็นหาดท่าเรือ ตอนกลางวันน้ำจะใสมากกกกก ใสแบบฟ้าสุดๆ ฝั่งทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นหาดปะการัง ทรายไม่ค่อยขาว แต่บรรยากาศชิลมวากกกกกก

ชิลๆริมชายหาดมองวิวเทือกเขารินจานี

 

GILI-BALI 011 ชิงช้ากลางน้ำ

สิ่งที่ถ่ายมาแล้วรู้เลยว่าอยู่กิลิก็คงจะเป็นสิ่งนี้หละ ชิงช้าในน้ำยามพระอาทิตย์ตกดิน มันจะอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ แต่เราดันมาตอนมันยังไม่ตกน่ะสิ

และที่สำคัญ วิวภูเขารินจานีที่ยิ่งใหญ่แห่งลอมบก หลายคนก่อนที่จะมากิลี เขาก็ไปปีนเขารินจานีมาเหมือนกัน รินจานีเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว สูงติดอันดับภูเขาที่สูงที่สุดในอินโด ตรงกลางภูเขาไฟกลายเป็นทะเลสาบ นั่นแหละที่ทำให้มันเป็นจุดขายของภูเขาไฟแห่งนี้

GILI-BALI 012 SNORKEL

เรือส่วนใหญ่จะวิ่งจาก Gili Air ไป Gili Meno แล้วไป Gili Trawangan และยาวไปเกาะบาหลี หากเราอยากย้ายเกาะจาก Gili T ไป Gili Air จะยากละ อาจจะต้องเหมาเรือไป(แพง) การซื้อทริปสน็อกเกิ้ลรอบเกาะจึงเป็นอีกวิธีในการย้ายเกาะ และเดย์ทริปสน็อกเกิ้ลที่นี่คือถูกมาก 100 รูเปีย หรือประมาณ 300 บาทเท่านั้น ดำได้ถึง 3 เกาะ ที่ไทยไปเกาะเดียวยังไม่ถูกขนาดนี้เลย

ทีเด็ดของสน็อกเกิ้ล หรือดำน้ำแบบผิวน้ำ ไม่ใช่การดูปะการังนะ แต่เป็นการดูเต่านี้แหละ!! นี่ถ้ารู้ว่าแค่สน็อคเกิลก็เจอเต่าแล้ว จะไม่เสียตังไปสกูบ้าเลย 5555 สกูบาทีนึง สน็อกเกิ้ลได้ 6 วันเลยเด้ออออ

จุดดำน้ำเค้าจะจอดให้ลงประมาณ 3-4 จุดแล้วแต่สภาพอากาศและคลื่นลม ซึ่งคนขับจะขับวนรอบทั้ง 3 เกาะ และจอดให้พักทานข้าวเที่ยงที่เกาะ กิลีแอร์ (เราแบกกระเป๋าเดินทางขึ้นเรือดำน้ำมาด้วย เพื่อดรอปลงอิลีแอร์)

เกาะกิลีแอร์ GILI AIR

ย้ายมาทีเกาะกิลีแอร์กันบ้างค่ะ เกาะนี้เรามีเวลาอยู่แค่วันเดียวเท่านั้น ก่อนจะกลับไปบาหลี เดินทางมาโดยเรือสน็อกเกิ้ลทริป และขอลงกลางทางที่กิลิแอร์

Gili Air ค่อนข้างเงียบกว่า Gili T Gili T เนี่ยจะเป็นสายปาร์ตี้ บาร์เยอะมาก แต่ Air แต่มันก็ชิลกว่า เหมาะสำหรับการมาอยู่นานๆ และเราควรจะอยู่นานกว่านี้ T_T เสียดายที่เวลาหมดแล้ว

ความพีคของกิลีแอร์อยู่ที่ ที่นี่มี ATM แค่ 2 จุดเท่านั้น และมันก็เสียทั้งสอง!!!! จังหวะนั้นคือเงินเราหมดพอดี เงินไม่พอไปจ่ายค่าโฮสเทลที่จองไว้ กะไว้ว่าจะกดเงินที่กิลีทีก็ดันลืมกด เพราะตื่นเช้ารีบมาขึ้นเรือดำน้ำนี่แหละ เรียกง่ายๆว่า หมาจนตรอก จะนั่งเรือกลับบ้านยังไม่ได้เลย T_T ทำไงดี ทำไงดี แหกกระเป๋าตังดูก็เหลือเศษเงินรูเปียอีกไม่กี่บาท กับแบงค์ไทยอีก 1800 ทางเลือกสุดท้ายคือ ขอให้มีที่แลกเงิน จะเรทเท่าไหร่ก็ช่างแล้ว ขอให้มีก็พอ เลยไปถามพี่คนขับรถม้า ว่าที่แลกเงินอยู่ตรงไหน พี่แกก็จะให้ขึ้นรถม้าให้ได้ ก็เลยบอกตกลงไป ว่า “ถ้าแลกไม่ได้ก็ไม่มีเงินจ่ายนะ”

จอดร้านแรกไม่รับแลกเงินไทย…

ต้นอ้อเริ่มใจแป้วค่ะ แต่พี่รถม้ายันสู้ บอกว่ามีอีกร้านนึง (ทั้งเกาะมีไม่กี่ร้าน) และแล้ว พี่แกก็หาร้านแลกได้อีกร้าน ร้านนี้รับเงินไทยว่ะ แต่เกิดปัญหายกที่ 2 คือ  แบงค์พันมีปัญหา เค้าบอกว่ามันเป็นแบงค์เก่า ไม่รับแลก ต้องเป็นแบงค์ใหม่เท่านั้น

“เหี้ยละไง นี่ก็แบงค์ใหม่นะโว้ยยยยยย เนี่ย ไม่มีรอบขาดรอยยับ”

พี่แกเลยเปิดรูปแบงค์ใหม่ให้ดู (เสิร์ชกูเกิล) แล้วบอกว่ามันเพิ่งเปลี่ยน 1 เดือนที่แล้ว อื้อหืออออออ เงิบแป๊ปปปป เลยควักแบงค์ 500 ในกระเป๋าขึ้นมาอีกใบ โชคดีของต้นอ้อ ที่ใบนี้รอด หยิบแบงค์ร้อยที่เหลือมาอีก 3 ใบ แต่แลกได้แค่ใบเดียว

สรุปว่าการแลกเงินในครั้งนี้ได้แค่ 600 บาท  กับเรทแลกเงินที่แย่ที่สุดในชีวิต แถมจ่ายอิพี่รถม้าไปอีก 100 บาท (พลาดกับอิรถม้านี่แหละ)

นึกแล้วก็สงสารตัวเอง เหลือ 500 บาทจ่ายค่าโฮสเทลก็จะหมดแล้ว (180,000 รูเปีย) การได้จิบเบียร์ริมหาด ปิดท้ายทริปเกาะกิลีก็คงกลายเป็นแค่ฝันสินะ อย่าว่าแต่เบียร์เลย เงินกินข้าวยังไม่รู้จะพอมั้ยเลยค่ะ ได้แต่หวังว่าวันพรุ่งนี้ เอทีเอ็มจะใช้ได้

BEGADANG GILI AIR HOSTEL

โฮสเทลที่เราจองมานี่ก็ดีโฮสเทล เบกาแดง “Begadang Gili Air” มีสระว่ายน้ำ มีแอร์ ในราคาถูกว่าโฮสเทลในGili T โชคดีของต้นอ้อ ที่โฮสเทลนี้เพิ่งมีระบบการจ่ายตังแบบ รูด Credit Card

“รอดแล้วว๊อยยยยยยยยย”

มีเงินกินข้าว มีเงินกินเบียร์แล้วววววววววว แถมมีตัวเลือกให้นักท่องเที่ยวที่อยากประหยัดกว่านั้นอีก ด้วยห้องรวม Outdoor นอนบนเพิงมุงหลังคา ตีเป็นเงินไทยก็คืนละ 60 บาทเองจ้าาาาา โอ้ยยย  อยากย้ายมาอยู่จริงๆ

GILI AIR SUNSET

เวลาที่เหลืออยู่ในวันนี้คือ การดูพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมเล่าเรื่องราวที่เจอมาให้กับเพื่อนใหม่อีกครั้ง และอีกครั้ง พอเที่ยวนานๆ ก็เริ่มจะนับเพื่อนไม่ถ้วนแล้วล่ะ นอกจากบางคนที่ถูกชะตาจริงๆ มันก็จะเป็นเพื่อนกันต่อไปได้นาน เข้าใจคำนี้เลย บางคนผ่านมาเพื่อแค่ผ่านไปเท่านั้นเอง

GOOD BYE

จริงๆ ทริปนี้ก็ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว กลัวว่าเวลาผ่านไปมันจะกลายเป็นความทรงจำที่เลือนลาง ความสนุกแบบนี้จะรู้สึกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละมั้ง ทริป 5 วันใน Gili

..
บางคนใช้ชีวิตทุกวันให้มันความสุข
แต่กับบางคนยอมใช้ชีวิตแบบทุกข์
เพื่อหวังว่าซักวันจะมีความสุข

และนี่ก็คือ “เกาะกิลี” ในแบบของเรา
ต้นอ้อ

 

 

Comments

comments

Be First to Comment

comment

Top Posts