CHIEWLARN DAM – KHAOSOK , PHANG-NGA | โดดน้ำเบาๆ กับวิวงามๆ 360 องศา ที่เขื่อนเชี่ยวหลาน – เขาสก

อยู่ดีๆก็อยากพาตัวเองไปโดดน้ำที่ไหนสักที่
ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นตลอดเลย
เคยฝันอยากมีห้องอยู่กลางน้ำ ประมาณว่าวิ่งออกจากห้องแล้วก็โดดลงน้ำได้เลย

กาญจนบุรีคือที่แรกที่นึกถึง
แต่ดันอยากไปเขาสกมากกว่า
เราว่าสองที่นี้คือที่โดดน้ำจากหน้าที่พักได้แบบที่เราต้องการ

ไปค่ะ ที่รัก ไปเขาสกกัน

khaosok001

khaosok063

 

เราเริ่มจากจองตั๋วแอร์เอเชียล่วงหน้า 1 อาทิตย์ก็ได้ราคาโปรฯแล้ว
กรุงเทพ – สุราษฎร์ธานี เวลา 9.50 – 10.55
เวลาอาจไม่สวยเท่าไหร่ แต่ราคาสบายกระเป๋า
เพราะปกติแล้ว การจะไปเที่ยวแบบคุ้มๆเนี่ย มันควรจะเริ่มตั้งแต่เช้าหน่อย
เพราะเราจะได้มีเวลาเที่ยว มีเวลาเก็บภาพประทับใจได้อย่างเต็มที่

พอถึงแล้วก็หารถตู้เพื่อตรงไปเขื่อนรัชประภาเลย
ปล. แต่ถ้าใครแพลนจะมา แนะนำให้โทรจองรถตู้ก่อนนะคะ
บอกเค้าให้เสร็จสรรพว่าให้มารับที่สนามบิน แล้วไปส่งที่เขื่อน
ถึงแม้ว่ารถจะมีทุกชั่วโมงก็จริง แต่ก็ควรโทรแจ้งก่อน
ซึ่งวันนั้นรถมารับประมาณเที่ยงครึ่งคะ ค่ารถก็ 200 บาท / คน / เที่ยว
(นี่เบอร์คิวรถตู้ 077-287059 โทรไปบอกก่อนได้
ขอบคุณข้อมูลจาก Pantip ด้วยค่ะ)

khaosok002

พอมาถึงท่าเรือบริเวณสันเขื่อน
บางคนที่จองที่พักมาแล้ว จะมีเรือจากที่พักมารับ
เราไม่ได้จองเรือไว้ก่อน เพราะตอนที่โทรจองแพ 500ไร่
ห้องพักเต็มหมด T^T เลยต้องมาหาเอาดาบหน้า

และพอมาถึงก็สอบถามผู้คนแถวนั้น เพื่อหาข้อมูลที่พัก
ซึ่งโชคดีมากมีเจ้าหน้าที่ยื่นแคตตาล็อกที่พักมาให้
ราคาเริ่มต้นที่ 300-3,000 บาท
พอได้ชื่อที่พัก + ราคาที่ต้องการ ก็เสิร์ชหาเบอร์โทร
เพราะมันจะได้ราคาถูกกว่าจองใน แคตตาล็อกแน่นอน
(ยอมเสียเวลาเสิร์ชนิดนึง ไม่งั้นโดนฟันค่าที่พักแน่ๆ)

เราเลือกที่พักของแพสายชล คืนละ 1,200 บาท/คน
ห้องน้ำรวม พัดลม อาหาร 3 มื้อ ไม่รวมค่าเรือ
(จากราคาในแคตตาล็อก1,500 ถูกกว่าตั้ง 300 อิอิ)
แล้วก็เราบอกว่า เดี๋ยวหาเรือไปเอง
เพราะเค้าคิดค่าเรือ 2,500 ต่อวันเลย
ถ้าอยู่ 2 คืนจะคิดเพิ่มอีก 1,500
มีคนขับเรือนอนรออยู่ที่แพด้วย ไม่กลับฝั่ง

เรามากันแค่ 2 คน เลยกะจะมาหาคนแชร์ค่าเรือเอาข้างหน้า
แต่ปรากฏว่ามันยากมาก ยิ่งไปวันธรรมดาด้วย ยิ่งไม่มีคน T__T
จึงต้องจำใจยอมจ่ายไป 2,500 ใช้เวลา 1 ชั่วโมงไปถึงตัวแพ
(ณ จุดนี้ ขอนั่งแอร์เอเชียไปแทนได้มั้ย ถูกกว่าอีก 555)
เป็นทริปที่งบบานปลายจริงๆ T_T

ถ้าอยากเที่ยวถูกๆ ควรจะมากับเพื่อนซัก 10 คนนะ
มาช่วยกันแชร์ค่าเรือหน่อย – -“

 

พอก้าวลงเรือพร้อมกระเป๋าเป้ตุง แต่กระเป๋าตังแฟบ

เมื่อเรือออกจากท่ามาซักพัก
ภาพข้างหน้าที่เห็น มันสวยงามเกินคำบรรยายใดๆ

….
ฝนตกค่ะ
ฝนตก!!!!

ฝนตกแต่แดดออก

khaosok006

ในความโชคร้ายมันมีความโชคดีแฝงอยู่

เราได้เห็นรุ้งกินน้ำด้วยยยยยย
ตั้งแต่จุดที่มันกำเนิดยันปลายรุ้งเลย

มหัศจรรย์ ^___^

ไม่ใช่ทุกคนจะได้เห็น
มันอยู่ที่ช่วงเวลาที่เราไปด้วย
ถ้ามาเร็วกว่านี้ก็ไม่เห็นนะแบบเนี้ย
พระอาทิตย์ทำมุมกับละอองฝนพอดี
จึงได้ภาพเซตนี้มาแบบไม่ต้องแต่งอะไรเลย

เค้าว่ากันว่า
ใครที่ได้เห็น end of a rainbow จะโชคดี มีเงินไหลมาเทมา

หราาาาาา……..
หมดไปกี่บาทละเนี่ย
หึหึหึ

พอฝนเริ่มซา ก็ออกไปถ่ายรูปกันอีกครั้ง
สายรุ้งก็ยังอยู่กับเราเรื่อยๆ
ชอบจัง

:)

khaosok014 khaosok012

นี่เขาสามเกลอ (แต่เรานับได้ 4 เกลออ่ะ)
แลนด์มาร์คของที่นี่แหละ
บางคนก็เรียกว่า กุ้ยหลินเมืองไทย

แต่เรารู้สึกว่าจุดนี้ดับไปเลย หลังจากเจอสายรุ้งเว่อวัง

khaosok015

สีน้ำที่นี่เป็นสีเขียว
เหมือนสีน้ำทะเลเลย
เค้าถึงว่ากันไง ว่าเป็นทะเลน้ำจืด
อยากจะกระโดดลงไปซะตอนนี้
แต่พี่คนขับเรือห้ามไว้
เพราะมันเป็นจุดห้ามเล่นน้ำ :(

จะเห็นว่าบางภาพก็น้ำเขียว บางภาพก็ไม่เขียว
มันเป็นมุมที่แสงตกกระทบค่ะ
ถ้าถ่ายย้อนแสงก็จะไม่เห็นสีน้ำ

ถ้ามาเวลาเที่ยงๆก็จะเห็นทั้งน้ำสีเขียวและฟ้าสีฟ้าเลยหละ

ไปๆมาๆก็เริ่มรู้สึกว่าเวลานี้กำลังดี
4-5 โมงเย็น
เป็นช่วงเวลาที่แสงจากดวงอาทิตย์ส่องผิวน้ำ แล้วน้ำดูสีสวยมาก
ธรรมชาติ มีอะไรมา Surprise ตลอดเลย :)
ภาพที่ออกมามันเหมือนกับตาเห็นเด๊ะเลย

พี่คนขับเรือจะพากลับไปที่พักแล้ว
อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้

ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะจะโพสรูปซักหน่อย
สัญญาณก็หายไปซะแล้ว

คงจะได้หยุดจริงๆ
บอกลาโซเชียลเนตเวิร์คได้เลย
ดินแดนแห่งนี้ ไม่มีอินเตอร์เนต
และสัญญาณโทรศัพท์

แพสายชล

มีห้อง 2 แบบ
แบบบ้านไม้พัดลม ห้องน้ำในตัว
และแบบบ้านไม้สีขาวเป็นห้องน้ำรวม คือหลังที่เราจองมานั่นเอง
ที่แพสายชลวันนี้
คนที่มาพักส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง
มากันเป็นแก๊งใหญ่ๆเลยประมาณ 10 กว่าคน
ตอนแรกนึกว่าเขื่อนนี้ฮอตแต่กับคนไทยซะอีก

วิวที่นี่สวยแบบ 360 องศาเลยอ่ะ
ภูเขาล้อมรอบ กับหมอกเป็นหย่อมๆ
โชคดีที่ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว

มันสวยจนเราวางกล้องไม่ลงเลยจริงๆ
นี่กดชัตเตอร์ตลอดตั้งแต่นั่งเรือ ยันเข้าห้องพัก
โหมด iAuto เกือบตลอดงาน มันเวิร์คค่ะ

 

หลังจากที่เรานั่งเล่นกินลม ชมวิวตรงที่พักจนมืด
พนักงานก็เดินมาเรียกไปทานข้าว

คือมันเยอะมากกกก
มีทั้งถูกปากและไม่ถูกปาก ก็แล้วแต่ใครจะชอบ
ซึ่งสำหรับเราแล้ว

ปลาทอด 1 ตัว (ให้กินทั้งตัวก็เยอะไป๊ แต่กินหมดนะ ฮ่าๆๆๆ)
แกงส้ม (ก็เฉยๆ ค่ะ พอทานได้)
ต้มข่าไก่ (อันนี้ไม่ค่อยถูกปากเราเท่าไหร่)
ผัดผักอะไรไม่รู้ อร่อยแปลกดี
ไข่เจียว
แตงโม

แอบรู้สึกเฟลนิดนึง ตรงที่คิดว่าจะได้กินอาหารทะเล 555
เหมือนที่เคยไปกินที่โฮมสเตย์จันทบุรี
แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีอาหารที่ถูกปากอยู่บ้าง

ถ้ามาอีกครั้ง ว่าจะเลือกแบบที่พักไม่รวมอาหาร
แล้วค่อยสั่งมาทานแทนดีกว่า
กำหนดปริมาณได้ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วย
(ที่แพอื่น)

ส่วนเครื่องดื่ม
มีน้ำเปล่ากับน้ำแข็งให้ฟรี ในช่วงระหว่างทานข้าวเท่านั้น
ถ้าอยากกินโค้ก ขวดละ 80 !!!!

khaosok040

หลังอาหาร
เราออกมานั่งกินเบียร์ดูดาว ที่หน้าห้องพัก
พร้อมเอาขาจุ่มน้ำไปด้วย
นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ดิน ฟ้า อากาศ
ไม่มีโทรศัพท์มากด
ที่เคยอุปโลกน์ว่าโทรศัพท์เป็นอวัยวะสำคัญ ขาดไม่ได้ เหมือนขาดใจ
แต่พอไม่มีมัน มันก็ไม่เป็นไรนี่หว่า
เงยหน้ามาคุยกับคนข้างหน้าดีกว่า

:)

เหมือนจะโรแมนติกเนอะ

แต่ฟ้าปิด ไม่มีดาวไง
อารมณ์ประมานนั่งมองความมืดมิด 555

เช้าวันใหม่
เราตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ 6 โมงเช้า
เพื่อออกมาสูดอากาศ สัมผัสอากาศเย็นๆ
กะจะดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่พระอาทิตย์โดนภูเขาบังมิด
(ถึงเขาไม่บัง ก็ตื่นไม่ทันอยู่ดี – -“ )
ตื่นมาคนเดียว
ตั้งกล้องถ่ายรูปตัวเอง
เดินเล่นรอบที่พักคนเดียว เช้าๆนี่เงียบเชียว
ตื่นมาเพื่อรู้ว่า อากาศมันน่านอนจริงๆ
เสร็จแล้วกลับไปนอนต่อ

เนี่ยแหละ ความสุขเล็กๆ

5555

ตื่นมาอีกครั้ง
เพื่อไปทานอาหารเช้า

เค้าจะให้เลือกว่าจะรับอาหารเช้าแบบไหน
อเมริกันเบรคฟาสต์ หรือ ข้าวต้มกุ๊ย
ก็โอเคอยู่นะ เซตข้าวต้มมันเยอะเกินไปสำหรับเรากินคนเดียว
ก็เลยห่อปลากรอบที่เหลือ เก็บไว้กินเล่น

อิ่ม

ได้เวลาลงน้ำแล้ว
พายเรือคายัคในเวลา 9 โมงเช้า แดดกำลังดำดีค่ะ 5555
มาเที่ยวทั้งที อย่าได้กลัวแดด

เราพายเรือกันออกไปไกลพอสมควร
จนไปถึงเวิ้งๆหนึ่ง น้ำนิ่งและสงบมาก
เพราะมันอยู่หลังเกาะ คลื่นจากเรือก็เข้ามาไม่ถึง
เราปล่อยให้เรือหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น
วางไม้พาย  แล้วปล่อยให้คลื่นเบาๆ พาไป

ไม่ได้จะ SLOW LIFE อะไรนะ

เราเมื่อย…

(บ่นๆ พร้อมกับหยิบปลากรอบขึ้นมากิน)

พายเล่นไปเล่นมาซักพัก
อยู่ดีไม่ว่าดี นางก็กระโดดลงน้ำจ้าาา
ท่ามกลางทะเลสาบเขาสกแห่งนี้

คือน้ำมันใส
มันน่าลงไปว่ายน้ำจริงๆนะ
ห้ามตัวเองไม่ไหว
วิวดี
อากาศดี
น้ำก็เย็นดี

และผลสุดท้ายคือ
ปีนกลับขึ้นเรือไม่ได้
ว่ายเป็นลูกหมาตกน้ำ
และต้องเกาะเรือกลับเข้าแพ
5555

เรามาเล่นน้ำกันต่อที่แพ
แบบโดดจากหน้าที่พักกันเลย

จริงๆที่นี่มันก็มีกิจกรรมให้ทำมากกว่านี้อีกเยอะ
เช่นนั่งเรือไปดูถ้ำ ส่องสัตว์ เล่นน้ำตก
แต่เรามีจุดประสงค์มาแค่โดดน้ำอะ ส่วนถ้ำเราก็ไม่อิน
รู้สึกว่าวิวที่เห็นเนี่ยย มันก็สุดยอดแล้ว
อิ่มตา อิ่มใจแล้ว อยากจะมองมันนานๆ
ก็เลยเลือกอยู่แต่ที่แพแตัวเองนี่แหละ
ประหยัดด้วย
อิอิ

อาบน้ำเก็บของ
และเข้าโรงอาหารไปทานมื้อเที่ยง มื้อสุดท้ายของที่นี่
ก็ยังคงไม่ค่อยถูกปากเหมือนเดิม T_T
คือเราไม่ชอบกินผัก

khaosok061

จบทริปอย่างสวยงาม
ได้กระโดดน้ำสมใจ
บ๊ายบายนะ เขื่อนรัชประภา เขื่อนเชี่ยวหลาน เขาสก
หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตาม
เพิ่งจะรู้ไม่นานนี้ว่ามันคือที่เดียวกัน

ก่อนกลับก็ถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกสักหน่อย
กล้องรุ่นนี้มีระบบสั่งซัตเตอร์ผ่านโทรศัพท์ได้ด้วยนะ
พอขึ้นฝั่ง ก็ส่งภาพผ่านไวไฟ อัพโหลดขึ้นเฟสบุคเลย
หลังจากขาดโซเชียลไป 24 ชั่วโมง

khaosok062

ขึ้นเรือกลับท่าเรือ
แล้วโทรเรียกรถตู้เบอร์เดิมไปส่งที่สนามบินได้เลย

บ๊ายบายนะ
เขาสก


 

 

khaosok064

Olympus EM10 Mark II
ข้อสรุปจากการใช้งานของเราเอง

. สิ่งที่ชอบที่สุดของกล้องรุ่นนี้คือ โหมด  iAuto เรายอมเลยจริงๆ
ไม่ว่าจะถ่ายภาพลำแสง ถ่ายท้องฟ้า ถ่ายกลางคืน โหมดนี้ช่วยชีวิตได้ทุกสถานการณ์
ถึงจะใช้ระบบ manual เป็น แต่เจอไอ้นี้แล้ว ลืม manual ไปเลย

. กล้องทำงานเร็วดี ถ่ายชอต ฉุกละหุกได้ รู้สึกเหมือนเป็นกล้องที่ดูทรหด แบตเตอร์รี่อึด กันสั่น5แกน ทำให้ถ่ายตอนแสงน้อยได้ดีกว่ารุ่นอื่น

. ดีไซน์ของ Olympus ยังคงคอนเซปท์เดิม ที่เคยทำให้เราหลงรักตั้งแต่รุ่นแรกๆแล้ว สไตล์วินเทจ และเคสหนังคลาสสิก

. เหมาะกับการถ่าย Landscape มากกว่าภาพบุคคล และไม่ใช่กล้องสำหรับ selfie

. เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ได้ สั่งถ่ายชัตเตอร์ และส่งเข้าโทรศัพท์ได้ง่ายๆ

ส่วนนี้เป็นแค่ความเห็นหนึ่งจากเราเอง
แต่ใครที่กำลังจะตัดสินใจซื้อกล้อง
อยากให้ลองพิจารณาจากภาพ และฟังก์ชั่นมากกว่า
ชอบแบบไหน ก็เลือกให้มันเหมาะกับการใช้งานของตัวเองนะคะ

แต่เราว่ามันถ่ายภาพสวยจริงๆนะ
แหม่ อวยตัวเอง
555

 

 

Comments

comments

Be First to Comment

comment

Top Posts