TRAIN TO SAPA, VIETNAM | นั่งรถไฟไปซาปา เช่ามอไซด์ขับเที่ยวน้ำตก ไร่ชา เข้าบาร์ นอนโฮสเทล

‘นั่งรถไฟไปซาปา’

ได้ยินมานานแล้วว่า รถไฟที่เวียดนามสบายมาก หรูหราไฮโซ เก๋ไก๋  เลยอยากจะลองไปดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต เราเลือกนั่งแบบ Over night train จากฮานอยไปซาปาค่ะ ค้นหาไปค้นหามาก็รู้ว่า ที่นี่มีรถไฟให้เลือกหลายแบบ หลายเจ้าทีเดียว (แต่แบบโลคอสก็ยังมีอยู่นะ)

Over Night Train เราจองออนไลน์ก่อนมา เพราะมาคนเดียว  เพราะหากจะบุกเข้าไปซื้อสถานีเลยก็เสียวๆจะโดนฟัน 555 ที่นี่มีหลายบริษัท หลายราคานะ ดีๆก็เยอะ แต่ไม่ต้องเลือกยากเลย  เพราะ Overnight train ทั้งหลายออกจากฮานอยเวลาเดียวกัน  มันอยู่ขบวนเดียวกัน แค่คนละตู้เฉยๆ

ทริปนี้ของเรายาว 8 วัน เริ่มต้นด้วย “ซาปา” นี่แหละ เมืองในหุบเขา อากาศเย็นทั้งปี เมืองที่คนไทยคุ้นเคย หารีวิวง่าย เที่ยวคนเดียวได้ เราอยู่ซาปาสองคืน แล้ววันต่อไปค่อยๆเขยิบไปสถานที่ที่ยากขึ้น อย่างกั๊ตบา เกาะกลางอ่าวฮาลองเบย์

อ่านบทความทั้งทริปได้ที่นี่  BACKPACK ไปเวียดนามเหนือคนเดียว 8 วัน Sapa – Hanoi – Catba Island – Halong Bay https://www.highondreams.com/travel/8daysnorthvietnam/

HELLO HANOI

เราเดินทางไปฮานอย-เวียดนามด้วยสายการบิน Jetstar ตอนบ่าย 2 ไปถึงฮานอยประมาณ 5โมงเย็น เดินออกจากสนามบิน หันซ้ายหาป้ายรถบัสไป Train Station (ราคา 30,000ดอง) เลือกรถสาธารณะสบายใจกว่า กลัวโดนหลอก 555

ด้วยความที่มีความกลัวเวียดนามประมาณนึง จากการบิ๊วของเพื่อนๆที่เคยไปมา โดนหลอกโน้นหลอกนี่ มันเลยทําให้ต้องระวังตัวมากกว่าเดิม ยิ่งมาคนเดียวครั้งแรก

โชคดี บังเอิญคนเวียดนามที่ยืนข้างๆบนรถบัสเข้าเมือง เห็นว่าเราพูดภาษาอังกฤษ เลยมาคุยด้วย นางบอกเพิ่งบินมาจากกรุงเทพเหมือนกัน เราเลยถามเรื่องสถานีรถไฟให้นางดูตั๋วที่เราจองไว้ก่อนมา แล้วบอกว่า รถคันนี้มันไม่ผ่านเทอมินอล B นั้นนะ ต้องลงตรงอื่นแล้วเดินต่อนิดนึง เปิด MAP เดินต่อ 5 นาทีก็ถึงค่ะ

ไอ่เราก็ อ่าวเห้ยยย นี่มันมีรถไฟหลายที่หรอกหรอเนี่ย เอ๋อค่ะเอ๋อ

เออนั้นแหละ ทําให้การขึ้นรถบัสครั้งแรกในเวียดนาม เงินในกระเป๋าตังยังอยู่รอดปลอดภัย อิอิ และสร้างภาพลักษณ์ให้คนเวียดนามไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

TRAIN TO SAPA
วิธีจองรถไฟซาปา

เพราะทริปของเราเริ่มจากแค่ความอยากนั่งรถไฟ จึงขอเริ่มที่รถไฟไปเลยแล้วกัน

เราจองรถไฟก่อนวันบินแค่ 1 วัน (จริงๆควรจองก่อนเนิ่นๆนะ) วิธีจองง่ายๆ เราจองจากเว็บนี้ https://www.hanoisapatrain.com/ticket.html  อาจแพงกว่าหน้าสถานีหลายเท่าแต่มันก็สะดวกกว่าเยอะ จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ เค้าจะส่งอีเมลกลับมาให้ไปรับตั๋วได้ที่หน้าสถานี ถ้าไม่จองก่อนก็สามารถเข้าไปดูภาพแต่ละตู้ว่าต่างกันยังไงก็ได้ แล้วค่อยจองเอเจนซี่ที่ถูกกว่านี้ หรือจองจากหน้าสถานีเลย ก็จะลุ้นๆหน่อยนะ ว่ามันจะเต็มหรือไม่เต็ม

รถไฟของเราเป็นของบริษัท Sapaly ราคา $42 ต่อเตียง  เป็นแบบแชร์ห้อง 4 เตียง ถ้ามาคนเดียวก็จะได้นอนกับใครก็ไม่รู้ 555 ถ้ามา 4 คนจะพอดีได้นอนห้องเดียวกัน รถไฟออก 4 ทุ่มตรง ตรงเวลามากๆค่ะ และให้คนเข้าไปนั่งก่อน 1 ชั่วโมง เราเลือกบริษัทนี้เพราะอ่านรีวิวจาก Tripadviser เค้าบอกเป็นตู้ใหม่ ราคาสูงกว่าอันอื่นนิดเดียวเอง แต่พอมาเห็นของจริงแล้ว แต่ละอันแทบไม่ต่างกันเลย ห้องน้ำสะอาด เตียงดูดี น่านอนจริงๆ

**หลังจากที่เราเดินทางมาแล้ว เราคิดว่ามันก็ดูสะอาดและดูดีทุกตู้นะ มันคล้ายกันไปหมด 5555 เพราะฉะนั้น เลือกจากราคาถูกก็ได้ฮะ 

จากฮานอย-ไปลาวไก ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง ถึง LaoCai แล้วต้องนั่งรถตู้ต่อเข้าเมืองซาปาอีก 1 ชั่วโมง ก็นอนยาวไปเลยจ้าาา ถ้าโชคดีก็จะเจอรูมเมทนอนกรนเสียงดังตลอดทาง นอนกับคนแปลกหน้าก็ต้องเผื่อใจไว้หน่อยเนอะ

8 ชั่วโมงผ่านไปบนรถไฟ เช้าแล้วจ้าาา ตื่นมาก็วาปมาถึงลาวไก (Lao Cai) จากลาวไกต้องต่อรถไปซาปาอีกที โดยจะมีรถบัสจอดรอหน้าสถานีรถไฟ มีป้ายเขียนว่า Bus Station Laocai – Sapa และมีป้ายราคาบอกอยู่ข้างรถ ประมาณ 25,000ดอง (rate2017)

ความเอ๋อเกิดขึ้นทุกครั้งที่ก้าวเท้าออกจากรถไฟ ก็มีฝูงชนมารุมเร้า แทกซี่มั้ยๆ ซาปามั้ยๆ รุมจนน่ากลัว คิดไปว่าจะฉกอะไรจากกระเป๋าไปรึปล่าว มัวแต่พะวงของ อยากจะไปจากตรงนี้ให้ได้ เกลียดช่วงเวลานี้ที่สุด เพราะหัวหมุนไปหมด จนไปตกลงกับอีลุงคนนึงได้ไงก็ไม่รู้นะ บวกกับความโง่ของตัวเองด้วยแหละ ลกมาก

เราต้องนั่งรถบัสต่อเข้าซาปา ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ลุงบอกราคาที่ $3 (~100บ.กว่าๆ) โอเคเพราะเลขมันน้อยๆ พอขึ้นมาแล้ว จ่ายตังแล้ว เลยแอบถามคนข้างๆ เค้าบอกว่ามันราคาแค่ 25,000ดอง แค่นั้นเอง (~38บาท) เจ็บใจนัก โดนฟันครั้งแรก T_T

SAPA
ซาปา

เค้าบอกซาปาเป็นเมืองเล็กๆ
แต่มันก็ไม่ได้เล็กแบบที่คิดไว้เท่าไหร่ มันเป็นเมืองที่กําลังขยายตัว มีหลายที่กําลังก่อสร้าง มีส่วนที่เป็นเมืองเก่า ตลาด และบาร์(เยอะ) ช่วงที่เราไป หมอกลงหนามาก กลายเป็นเมืองในม่านหมอกเลย พอได้เห็นแดดแล้วจะดีใจเป็นพิเศษทั้งๆที่มันก็ธรรมดา 555 คนส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อมา trekking ขึ้นเขา เดินป่า อยู่กับชาวบ้าน แต่เป้าหมายของเราคือมาสัมผัสความหนาว และยอดเขาฟานสิปัน ยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดไชน่า**เราอยู่ที่นี่ 2 คืน วันแรกคือเดินเมืองไปเรื่อย และวันที่สองจะออกไปตะลอนนอกเมือง
ต้นอ้อ | high on dreams

Comments

comments

One Comment

  1. กุมภาพันธ์ 16
    Reply

    Great content! Super high-quality! Keep it up! :)

comment

Top Posts