CEBU, PHILIPPINES | แบ็คแพ็คเที่ยวเซบู-ฟิลิปปินส์ ว่ายน้ำกับฉลามวาฬ โดดน้ำตกคาวาซาน 13 เมตร!

ไป “เซบูหรือปาลาวัน” ดี?

ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะเจอตั๋ว Cebu Pacific ลดราคา ไปกลับ กรุงเทพ- มะนิลา ไม่ถึงสามพันบาท โอ้แม่เจ้า จัดไปจ้าลูกพี่ จองปีนี้เดินทางปีหน้า นี่แหละคือ Trick การเที่ยวแบบประหยัดของเรา โปรราคาถูกส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้านานๆแบบนี้แหละเด้อ

ช่วงเวลาที่เหมาะในการเที่ยวประเทศฟิลิปินส์ คือช่วงเดือน ต.ค. – พ.ค. ฤดูกาลจะคล้ายๆกับของไทยเลย แต่ว่าฤดูมรสุมของเค้าหนักกว่ามากนัก เพราะอาจมีพายุใต้ฝุ่นเข้าได้  ใครคิดจะเที่ยวในช่วงเดือน มิ.ย. – ก.ย. เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเนาะ แล้วโปรมันก็ชอบมาช่วงนี้แหละ แต่อย่าใจอ่อน อย่ารีบซื้อ เที่ยวตอนพายุเข้าเที่ยวยังไงก็ไม่สนุกนะลูก  

ของเราได้ตั๋วมาเดือนมีนาคม ถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะสุดละ ถ้าฝนจะตกก็คงจะเป็นเพราะดวงไม่ดีอะ ซึ่งในทริปนี้ก็ดวงไม่ค่อยดี เจอฝนตกนอกฤดู แหะๆ 

ได้ตั๋วไปกลับมะนิลาแล้ว ตัวเลือกที่ยากของเราถัดไปคือ จะไปเซบู หรือ ปาลาวัน?

เพราะสองที่นี้ถือเป็นสถานที่สุดฮิตฮอตของฟิลิปปินส์เลย
1.เซบูก็จะเน้นกิจกรรมหลากหลาย มีว่ายน้ำกับฉลามวาฬ โดดน้ำตก
2.ส่วนฝั่งปาลาวันจะเน้นไปทางทะเลมากกว่า ชิลกว่า ความอเมซิ่งสวยงามพอๆกัน
ฟิลิปปินส์ครั้งแรกของเราเลยเลือกไปที่สนุกๆ กิจกรรมเยอะๆ นั้นก็คือ CEBU (เซบู หรือ ซีบู)

แพลนทริปเซบู 4 วัน 3 คืน

แพลนในเกาะเซบูของเรามีดังนี้ ทริปนี้เขียนละเอียดมาก ส่วนใหญ่นั่งรถสาธารณะ เน้นสัมผัสบรรยากาศโลคอล สนุกดี ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะแผนที่อยู่ที่ปากเรานี่แหละ  คนฟิลิปปินส์เกือบทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ เก่งกว่าเรา

DAY 1 BKK-MANILA-CEBU
           BUS TO MOALBOAL
           STAY IN MOALBOAL

DAY 2 PANASAMA BEACH
           WHITE BEACH
           STAY IN MOALBOAL

DAY 3 CANYONEERING
            KAWASAN WATERFALL
            STAY IN OSLOB

DAY 4 WHALESHARK WATCHING
           FERRY TO THE NEXT ISLAND…(SIQUIJOR)

ในบทความนี้จะรวมเฉพาะบนเกาะเซบู 4 วันแรกนะ  แต่สามารถดูแพลนทริปรวมตลอด 9 วันที่ฟิลิปปินส์ และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ได้ที่นี่ https://www.highondreams.com/travel/9daysinphilippines/

วันแรกเราไปถึงมะนิลาตอนดึกๆ แล้วรอต่อเครื่องไฟล์ทเช้าตรงไปเซบูเลย 

ปล. International Flight จะลงที่ Terminal 4 แต่ Domestic Flight ไปเซบู อยู่ที่ Terminal 3 ซึ่งไม่สามารถเดินถึงกันได้ ช่วงกลางวันจะมีรถ Shuttle Bus ฟรี แต่ถ้ามาถึงตี 2 อย่างเราแล้ว ต้องเรียก Taxi ค่ะ พอออกจากเทอมินอล 4 ให้เดินไปทางขวามือเลย จะมี Taxi Meter stand มันจะประมาณ 150-200 เปโซ หรือเรียก Grab ก็ได้

ควรระวัง Taxi Scam ด้วยนะ เขาเข้ามาหลอกเป็นทีม คนนึงมาถามว่าจะไปไหน แล้วส่งให้อีกคนที่เป็นแทกซี่ บอกราคามาแพงสัส 700เปโซ พอเราเดินไปถามอีกคนที่ทรงเหมือนพนักงานสนามบินใกล้ๆ นางก็บอกว่าใช่ๆ เรทที่นี่ราคานี้แหละ มันมี Shuttle Bus นะแต่ออกตอน 6 โมงเช้า …. อิดออกกกกกมากกเด้ออ รวมทีมปั่นหัว เป็นเรื่องเป็นราว ทั้งที่เดินไปอีกนิดคือมิเตอร์แค่ 150 ประสบการณ์นี้สอนว่า จงอย่าเชื่อใจใครก็ตามที่อยู่หน้าสนามบิน!!!

จากสนามบินเซบู เข้าเมือง

วิธีที่ง่ายสุดก็คือแทกซี่ ที่นี่สามารถเรียก Grab ได้นะ ราคาย่อมเยา แต่ด้วยความที่วิธีนั้นมันง่ายเกินไปหน่อย มาถึงวันแรกแล้วคึก เสือกอยากแอ๊ดเวนเจอร์ เลยนั่งรถบัสที่จอดรออยู่หน้าสนามบิน เข้าเมืองเซบู ปลายทางอยู่ที่ห้าง SM CITY ราคาคนละ 25เปโซเท่านั้น ถูกกว่าเป็นร้อย

JEEPNEY CEBU

เราพักกินข้าวที่ฟู๊ดคอร์ด SM CITY ก่อน แล้วค่อยหารถต่อไป South Bus terminal จริงๆจากตรงนี้จะนั่งแทกซี่ไปก็ได้ ไม่ไกลเลย แต่ด้วยความเพิ่งเคยเห็นรถ JEEPNEY ครั้งแรก ตื่นเต้นมาก เป็นรถคลาสสิคคล้ายๆรถสองแถวบ้านเรา แต่ยาวกว่า เกิดความอยากโลคอลอีกแล้ว ก็เลยเดินไปโบกที่ป้ายรถเมล์ 

วิธีขึ้น Jeepney ก็ง่ายมาก แต่คือเราต้องรู้ปลายทางที่เราจะไปก่อนนะ สายตาดีๆหน่อย จะเห็นหน้ารถเขียนว่า South Bus Terminal หรือง่ายๆ คือสาย 04K ก็กระโดดขึ้นเลย  ตอนจ่ายตังคนขับจะส่งตะกร้ามาเก็บเงิน คนละ 7เปโซ ต่อเที่ยว ต้องถามคนบนรถด้วยทุกครั้งว่าเท่าไหร่นะ เพราะบางคันก็คิด 8 บางคันก็ 10 

South Bus Terminal , CEBU

ระหว่างนั่นบนรถ อย่าลืมเปิด Offline Map ไปด้วย จะได้รู้ว่าควรลงตรงไหน ก็กดกริ่งลงเลย 

ที่หน้าสถานีรถบัส South Bus Terminal  จะมีคนคุมรถตะโกนถามทุกนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านอยู่แล้ว ก็บอกนางไป นางจะชี้ไปคันที่ถูกต้องเอง รถบัสเราคันนี้ เป็นรถพัดลม บอกคนขับว่าลง Moalboal ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ราคา 125เปโซ 

MOALBOAL

เค้าว่ากันว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ชิลที่สุดในเกาะเซบูแล้ว เหมาะกับการมาพักผ่อนอย่างมาก ที่นี่จะมีหาดหลักๆอยู่ 2 หาด คือ Panagsama  Beach และ White beach หาด Panagsama Beach มีบาร์เยอะมาก ที่พักเยอะมาก โฮสเทลก็ชิลมาก เกาหลีก็เยอะมากด้วย 

เริ่มต้นด้วยความชิล ณ  Panagsama Beach 

ว่ายน้ำกับฝูงปลาซาดีน ที่ Panagsama Beach 

น้ำทะเลที่นี่อาจจะไม่เป็นสีฟ้า แต่ความเด็ดของ Moalboal อยู่ที่ใต้น้ำฮะ ข้างใต้นั้นมีฝูงปลาซาดีนเป็นล้านๆตัว ที่เราสามารถมองเห็นได้เพียงแค่หยิบสนอคเกิ้ลแล้วว่ายลงไปไม่กี่เมตรจากหาดเท่านั้น ฝูงปลาเยอะจนตกใจ แทบจะมองไม่เห็นพื้นทะเลเลย ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ว่ายน้ำกับปลาซาดีนเยอะขนาดนี้ 

ปล.ปลาซาดีนเรียกแบบไทยๆก็คือปลาทูจ้าา

WHITE SAND BEACH, MOALBOAL

ไวท์แซนด์บีช หรือหาดทรายขาว หาดนี้เราว่าน้ำทะเลสวยกว่า  Panagsama นะ แล้วทรายก็ขาวละเอียดเหมือนชื่อ เหมาะกับมาตอนกลางวัน ระแวกนี้มีโรงแรมหรูเยอะกว่า Panagsama Beach แต่คนท้องถิ่นก็เยอะเหมือนกัน

ในโซนหนึ่งของหาด ชาวบ้านนิยมมากางเต้นท์ปิกนิกกัน บ้างก็เล่นวอลเลบอลชายหาด ดูน่าสนุกอะ เราชอบฟิลนี้

RAVENALA BEACH CAFE, MOALBOAL

มีคาเฟ่เก๋ๆ ชื่อ RAVENALA BEACH CAFE เป็นที่สิงสถิตมาอยู่หาด White beach สั่งพิซซ่าฮาวายเอี้ยนกับ Gin and tonic มาดื่มให้ชื่นใจ เอนจอยไปกับวิวทะเลและแสงแดดข้างหน้า สบ๊ายยยย

พระอาทิตย์ตกดิน Panagsama Beach, Moalboal

อีกอย่างที่ทำให้เราชอบที่นี่คือ พระอาทิตย์ตกดินวันแรกของทริป พร้อมกับจิบเบียร์ต้อนรับการเดินทางอย่างยาวนานจากไทยกว่าจะมาถึงที่นี่  ดื่มให้กับความแอ๊ดเวนเจอร์ของตัวเองหน่อยจ้าา

Processed with VSCO with a6 preset
Processed with VSCO with a6 preset

MOALBOAL NIGHTLIFE

ปกติแล้วคนที่มาเที่ยวเซบูจะเก็บโมลโบลไว้เป็นที่สุดท้ายของทริปเพราะมันผ่อนคลายสุด ไม่มีกิจกรรมเหนื่อยๆ เท่าไหร่  มันก็เลยมีคาเฟ่ มีบาร์ มีคลับ ครึกครื้นเป็นพิเศษ อย่างที่รู้ๆกันอีกด้วยว่า ที่ไหนที่คนเกาหลีนิยมมา ที่นั่นเราจะสามารถหาหมูกะทะเกาหลีได้ง่ายๆ รวมถึงบาร์เกาหลีก็ด้วย เพราะประเทศนั้นดื่มเก่ง 555 เราไม่มีร้านแนะนำนะ เพราะแวะหลายร้านเกิน จำชื่อไม่ได้ ถ้าใครสายดื่มมาที่นี่ไม่ผิดหวังชัว

CHIEF MAU HOSTEL, MOALBOAL, PHILIPPINES

ที่พักในโมลโบลมีทั้งแบบหรูและแบบราคาถูกมากๆ เราเลือกพักที่ CHIEF MAU HOSTEL เพราะเป็นโฮสเทลที่มีพื้นที่ชิล มีเปลนอนกลางวัน ได้เจอเพื่อนใหม่ เท่านั้นเลย ไม่ต้องติดทะเลก็ได้

ดูรายละเอียดที่พัก CHIEF MAU HOSTEL ได้ที่ https://www.hostelworld.com/hosteldetails.php/Chief-Mau-Moalboal-Cebu/Cebu/271767
https://www.facebook.com/chiefmaumoalboal/

DAY 3 CANYONEERING

เราจองทริปจากโฮสเทลเพื่อ Canyoneering kawasan waterfall ทริปสุดฮอตที่ใครมา “เซบู” ก็ต้องลองดูสักครั้ง เป็นการเพิ่มความตื่นเต้นให้ชีวิต สารอดีลนาลีนในร่างกายหลั่งแน่ๆ สนุก!!!! 

เนื่องจากทัวร์ที่เราจองจากโฮสเทล มีคนจองในวันเดียวกันแค่ 2 คน คือเรากับแฟน เพื่อความสะดวก ไกด์ที่จะพาไปจึงเตรียมแค่รถมอไซด์อัดสามขับไปน้ำตก แทนที่จะเป็นรถสามล้อ ความพีคคือ แว๊นอัดสามไประยะทาง 20 กิโล!!!  กับมอไซด์คันเล็กๆคันนี้ อ้อ พีคอีกต่อคือเราเอากระเป๋าเป้ Backpack ใหญ่ไปด้วย เพราะกะว่าทัวร์เสร็จจะย้ายเมืองไปนอนที่ Oslob จะได้ไม่ต้องวนไปวนมา พี่ไกด์ไหว น้องก็ไหวค่า

กระโดดน้ำตก!!!

เอาหละ มาถึงจุดเริ่มต้นแคนยอนเนียริ่งแล้ว ไกด์พาเราเข้าออฟฟิสก่อนถึงจุดปล่อยตัว เพื่อเซ็นสัญญาไม่รับประกันการตายใดๆทั้งสิ้นในระหว่างโดดน้ำตกนี้ ที่นี่สามารถเช่ารองเท้าลุยน้ำ และฝากกระเป๋าได้ด้วย เพราะขากลับต้องกลับมาที่เดิมอยู่แล้ว

หลังจากจัดแจงรับชูชีพ ใส่หมวกกันน๊อค และเช่ารองเท้า พี่ไกด์จะพานั่งวินมอไซด์วิบากเข้าป่าอีกประมาณ 10 นาที ก็ถึงจุดปล่อยตัวแคนยอนเนียริ่ง ซึ่งอธิบายง่ายๆ มันคือการลุยน้ำตก เดินลัดเลาะไปตามแม่น้ำ ว่ายน้ำ โดดน้ำ ผ่านด่านต่างๆ ที่ธรรมชาติสร้างมา พี่ไกด์แนะนำว่าเส้นทางนี้จะมีจุดโดดอยู่ 7 จุด ความสูงมีตั้งแต่ 3 เมตรถึง 8 เมตร  และ 13 เมตร อันหลังสุดคือ Optional จะโดดหรือไม่โดดก็ได้ แต่ความสนุกของการ Canyoneering ก็คือสิ่งนี้แหละ มันส์มากๆดังจะได้เห็นในรูปต่อไป


จุดพักเหนื่อยครึ่งทาง มีป้าขายไก่ปิ้ง และเครื่องดื่ม ให้ทำใจก่อนจะโดดอันถัดไป ที่ความสูง 8 เมตร

และด่านสุดท้าย โดดน้ำตกที่ความสูง 13 เมตร ทำใจนานมากๆ เสียววูบบบบบบ กรี๊ดลั่นน้ำตกอะ

น้ำตกคาวาซาน KAWASAN WATERFALL

สำเร็จจจจ!!!! ชักภาพเป็นที่ระทึกก่อนค่ะ ถือเป็นการจบการ Canyoneering ได้อย่างสวยงาม

ที่ปลายทางเป็นน้ำตกคาวาซาน ก็อันที่เราเพิ่งโดดลงมานั่นแหละ มันมีจุดชมน้ำตกบนแพ ที่เหล่า Travel Blogger ชอบมาถ่ายรูป มองเห็นจุดที่คนโดดน้ำตกอยู่ด้วย

น้ำตกมี 2 ชั้นที่จัดพื้นที่ให้คนลงไปเล่นได้ ถัดจากชั้นที่เพิ่งโดดมา เดินลงไปอีกชั้นหนึ่งเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร 

มีน้ำตกที่เราสามารถลอยแพไปใต้น้ำตกได้ ให้น้ำตกนวดบ่า มีค่าใช้จ่ายเพิ่มต่อการลอยแพหนึ่งรอบ 

ถ้าใครรู้ตัวว่าไม่สามารถทำกิจกรรม Canyoneering ได้แน่ๆ แต่อยากมาเห็นน้ำตกสวยๆแห่งนี้ ไม่ต้องกลัวไปค่ะ เพราะมันมีรถเข้าถึง ไม่ต้องไปทรหดโดดน้ำปีนผาแบบที่เราทำมาก็ได้ มาถึงน้ำตกได้เหมือนกันจ้าา สรุป One day trip Canyoneering Kawasan นี้ออกเวลา 9 โมงเช้า และจบประมาณ บ่าย 2-3 รวมกินข้าวและเล่นน้ำตกต่อด้วย

ขากลับ พี่ไกด์พาขึ้นรถ Tricycle กลับออฟฟิส เพื่อไปเอากระเป๋าและคืนอุปกรณ์ อาบน้ำ เสร็จสับ ก็ออกมาโบกรถบัสข้างถนน เพื่อย้ายเมืองไป Oslob ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 

OSLOB, CEBU

ไฮไลท์ของทริปเซบูครั้งนี้คือ Oslob เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อง ฉลามวาฬ ปกติแล้วฉลามวาฬมีโอกาศเจอตัวได้ยากมากๆ เป็นปลาที่นักดำน้ำหลายๆคนไฝ่ฝันว่าจะได้เจอตัวเป็นสักครั้งในหนึ่งในชีวิต  แต่ที่ Oslob นั้น มีโอกาศเจอพี่ฉลามวาฬ 100% เพราะแม่งเอาอาหารมาล่อให้ปลามา 

เรามาถึง Oslob ก็มืดแล้ว เข้าโรงแรมที่จองไว้ เอาจริงๆอยากแนะนำว่าที่ Oslob ไม่ต้องเอาโรงแรมดีๆ มากก็ได้ เพราะต้องตื่นเช้าตรู่ไปดูฉลามวาฬ และออกเดินทางต่อ คงได้อยู่โรงแรมแค่แป๊ปเดียว

OSLOB WHALE SHARKS WATCHING

6 โมงเช้านัด Tricycle ไว้ให้มารับที่โรงแรมพาไปจุดดูฉลามวาฬ Whaleshark Watching  ที่ต้องมาเช้าขนาดนี้เนี่ย คืออ่านมา เค้าบอกว่า ตอนเช้าฉลามวาฬจะเข้าเยอะเพราะนางกำลังหิว พอสายๆ ก็เริ่มกินจนอิ่มนางก็จะว่ายจากไป อีกอย่างคือมาตอนเช้ามันไม่แดด

ที่นี่เค้าซีเรียสเรื่องวิธีการเข้าไปว่ายน้ำกับพี่หลามมากๆ ห้ามทาครีมกันแดดใดๆทั้งสิ้น ห้ามว่ายตาม ห้ามสัมผัส โปรดปฏิบัติตามกันหน่อยนะคะ อันนี้ภาพคือตอนฟังกฏต่างๆก่อนลงน้ำที่ทุกคนต้องฟัง


หลังจากนั้นเค้าจะจัดกรุ๊ปลงเรือ ลำละ 6-8 คน จะได้อยู่กับสายเกา หรือสายฝอ ก็ลุ้นๆเอาเนาะ ว่าจะได้เพื่อนร่วมเรือแบบไหน

 

ระยะทางจากหาดมาตรงจุดปล่อยลงน้ำคือไม่ไกลเลย มีเรือกลางเป็นเรือให้อาหารปลา และรอบๆเรือกลางเป็นเรือนักท่องเที่ยว เรือทุกลำจะมีคนขับเรือคอยคุมลูกเรือทุกอย่าง ห้ามละเมิดกฏเด็ดขาด ไม่งั้นเป่านกหวีดและชี้หน้าด่า รอบนึงจะมีเวลาให้ 30 นาที ต้องเก็บเกี่ยวให้เต็มที่ เพราะเอาเข้าจริงๆ คือทุกอย่างมันผ่านไปเร็วมากๆ 

รู้ว่าทุกคนที่มาที่นี่ก็ล้วนอยากได้รูปกับฉลามวาฬกันทั้งนั้น แต่ก็อยากให้มีความเกรงใจคนอื่นบ้าง ความซวยของเราคือ กรุ๊ปที่ไปด้วยกัน แย่งซีนเราทุกอย่าง พอปลาว่ายวนมานางก็รีบว่ายเข้าไปทุกครั้งเลย จนเราไม่ได้รูปเดี่ยวๆบ้างสักที ถ่ายติดแม่งตลอด ละเรือเราเนี่ยมีเสียงปี๊ดนกหวีดตลอดเพราะมันแม่งผิดกฏว่ายเข้าไปหาปลาไง โมโห 

นี่คือรูปที่เราได้ค่ะ ฮือ

ถ้าถามถึงความรู้สึกเมื่อไปดูฉลามวาฬครั้งนี้ ก็ตื่นเต้นแหละเพราะมันคือการเห็นฉลามวาฬครั้งแรกในชีวิต แต่เอาจริงๆก็มีความรู้สึกผิดอยู่นิดๆ เพราะฉลามวาฬที่นี่ถูกล่อมาด้วยอาหาร ไม่ใช่จากธรรมชาติ มันทำให้นิสัยการใช้ชีวิตของปลาเปลี่ยนไป ระบบนิเวศน์เสียหาย เขามีการแอนตี้การว่ายน้ำกับฉลามวาฬที่ออสลอปมาตั้งนานแล้ว แต่ในเมื่อมันกลายเป็นรายได้หลักของชาวบ้านมันก็เปลี่ยนยาก เค้าอาจจะอยู่กับปลาจนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันไปแล้วก็ได้ เราเชื่อว่าชาวบ้านที่นี่เค้าก็รักและห่วงฉลามวาฬเหมือนๆกันแหละ  เราถึงควรทำตามกฏอย่างเคร่งครัด

แต่ถ้าถามว่าอยากมาดูอีกมั้ยก็คงไม่แล้วหละ ดูเสร็จแล้วมันอึนๆ อะ ถ้าได้เห็นตัวเป็นๆจากธรรมชาติมันน่าจะรู้สึกตื่นเต้นกว่านี้

จริงๆแล้ว Oslob ยังมีทะเลกับน้ำตกสวยๆ ให้ได้เล่นกันต่อหลังจากจบทริปฉลามวาฬนี้ แต่เราเลือกที่จะย้ายเกาะ ไปเที่ยวที่อื่นบ้าง นอกเหนือจากรีวิว และเรือรอบที่เร็วที่สุดคือไปเกาะสิคีฮอว์ (Siquijor Island) เกาะที่ไม่ได้แพลนว่าจะมา แต่มาได้ไงไม่รู้ ไว้จะเขียนให้ติดตามอ่านตอนต่อไปเด้ออ

และนี่ก็คือทริป “เซบู-ฟิลิปปินส์” ในแบบของเรา
ต้นอ้อ high on dreams :}

สามารถดูแพลนทริปรวมตลอด 9 วันที่ฟิลิปปินส์ และรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ได้ที่นี่ https://www.highondreams.com/travel/9daysinphilippines/

Comments

comments

Be First to Comment

comment

Top Posts