AWA koh chang | เที่ยวสบายๆ หลีกหนีความวุ่นวาย ไปพักกายที่ เกาะช้าง

เกาะช้าง จ.ตราด เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย เราไปมาแล้ว 3 ครั้ง ก็ยังเที่ยวไม่ทั่วเลย เพราะมันมีอะไรให้ทำเยอะมากก แถมยังเอารถข้ามไปได้อีก มันมีไม่กี่เกาะหรอก ที่เราสามารถไปซ้ำๆได้ ไม่มีเบื่อ แบบแบ๊กแพคคนเดียวก็ไปมาแล้ว คราวนี้เลยอยากลองไปแบบอยู่ดีกินดีบ้างซักครั้ง

การเดินทางไปเกาะช้าง

การเดินทางไปเกาะช้างมีหลายวิธีนะ ทั้งขับรถไปเอง รถตู้สาธารณะ หรือเครื่องบินก็มีเหมือนกัน

เราเลือกจอง joint รถตู้ผ่านทางรีสอร์ทที่เราจะไปพักค่ะ (โทร.02-261-6364) รอบละ 1000 บาท ซึ่งรวมค่ารถ ค่าเรือ ค่าเข้าเกาะเรียบร้อยแล้ว มันเป็นแบบรับจากกรุงเทพ ส่งตรงถึงที่พักบนเกาะเลย ขึ้นรถรอบเดียว ไม่ต้องรอ ไม่ต้องไปต่อที่ไหนอีก ไม่เหนื่อยด้วย รถมารับเราที่สวนลุมตอน 8 โมงเช้า เป็นรถตู้แบบ 9 ที่นั่งอย่างดี ค่อนข้างใหญ่ เอนหลังได้ แบบคนข้างหลังไม่เดือดร้อน  หลับสบาย 5 ชั่วโมงก็ถึงท่าเรือ

เค้าจะเอารถขึ้นเรือข้ามไปด้วยกันเลย ตอนนี้จะได้ออกไปนั่งรับลมทะเลชิลๆบนเรือค่ะ บนเรือมีของขาย และมีน้ำผลไม้ปั่นด้วยนะ ตอนใกล้ถึงฝั่งก็ค่อยลงไปขึ้นรถคันเดิม อันนี้ต้องจำตำแหน่งจอดดีๆ มีรถตู้เยอะมาก เราขึ้นผิดมาแล้ว 555

ประมาณบ่าย 3 โมงเราก็มาถึง รถตู้จอดส่งเราที่หนัาที่พักเลย เราพักอยู่หาดไก่แบ้ ไกลจากท่าเรือหน่อยนึง  แต่บริดวณนี้ก็เป็นย่านชุมชน เป็นคุ่สุดท้ายที่ลงรถเลย คนอื่นเค้าลงกันตั้งแต่หาดทรายขาวแล้ว

AWA resort

เป็นรีสอร์ทติดทะเล ที่อยู่ใจกลางย่านดาวเทาว์ของหาดไก่แบ้ แค่เห็นข้างหน้ารีสอร์ทก็รู้เลยว่า การออกแบบของที่นี่ ไม่ธรรมดา ตั้งแต่ประตูทางเข้า ล๊อบบี้ โซนนั่งพัก เป็นเพดานสูงโปร่ง โอ่อ่า กว้างขวางทีเดียว และสามารถมองทะลุเห็นสระว่ายน้ำภายในโรงแรมไปจนถึงทะเลเลย น่าจะเป็นรีสอร์ที่ประหยัดพลังงานได้ดี มีลมพัดผ่านสบายๆ ไม่ต้องใช้แอร์ มีแสงแดดส่องทั่วถึง ไม่ต้องใช้ไฟ

พอเดินเข้าไปข้างใน ก็มาตะลึงอีกรอบกับสระว่ายน้ำยาว 70 เมตร ทั้งสระเด็ก สระผู้ใหญ่ เชื่อมเป็นอันเดียวกัน  ยาวตั้งแต่หน้ารีสอร์ท ยันหลังรีสอร์ทเลย แอบมีบาร์น้ำเกร๋ๆ ไว้หย่อนตูดนั่งด้วยหละ

ส่วนตึกที่เป็นที่พักมีอยู่ 3 โซน คือ โซนหน้าชายหาด โซนริมสระว่ายน้ำ  และฝั่งภูเขา ซึ่งโซนภูเขาจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งของรีสอร์ท  เราไม่ได้เดินไป

เราพักห้อง Beach front ค่ะ

อยู่ชั้น 3 หันหน้าเข้าทะเลเต็มๆเลย 

ห้องนอนกว้าง ห้องน้ำกว้าง ระเบียงนี่ยิ่งกว้างชอบๆ ออกนอนไปดูวิวได้

ตัวห้องเป็นสีขาว ตกแต่งด้วยสีน้ำเงินแซมนิดๆ 

มีสิ่งอำนวนความสะดวกครบครัน ทั้งทีวี ตู้เย็น ร่ม ชุดคลุม ไดร์เป่าผม

ส่วนห้องน้ำ แยกเป็นส่วนๆชัดเจน ชักโครกฝั่งนึง ฝักบัวอีกฝั่งหนึ่ง อ่างน้ำจะติดหน้าต่างใหญ่ให้มองเห็นห้องนอน ตอนนอนอ่างน้ำร้อนคลุ้งๆ จะได้ไม่รู้สึกอึดอัด

ตรงระเบียงจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตกพอดี  ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินจากห้องพักเลย มีช่องลมลายดอกไม้มาบังไว้ส่วนหนึ่ง  เพื่อไม่ให้แดดร้อนจนเกินไป

คนที่มาพักที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนต่างประเทศ และจะมาเป็นครอบครัวกัน ดูเด็กๆเล่นน้ำก็เพลินดี แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยลง

เดินลงไปทางชายหาดอีกหน่อย  จะเป็นโซนเตียงอาบแดด จะสั่งอาหารหรือ cocktail ก็ได้

SUNSET IN AWA KOH CHANG

พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว เราออกมาเดินเล่นริมชายหาด ท้องฟ้ากำลังสวยเลย แล้วเจอป้ายที่บาร์บอกว่า ถ้าถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน แล้วแชร์ภาพไปที่เฟส AWA koh chang  ใครได้ like เยอะจะได้รับ Voucher จากทางรีสอร์ท

เราสองคนหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายใหญ่เลย  อยากได้ส่วนลด 555 (แต่ไม่ได้) ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ ช่วงเวลานี้มีโปรโมชั่น Cocktail ซื้อ 1 แถม 1 ด้วยค่าาา จัดไป Mojito ดีงามพระรามแปด

DINNER

มื้อค่ำ เนื่องจากเรามาที่นี่แบบแพคเกต เค้าจะรวมอาหารค่ำให้ด้วย 2 มื้อ โต๊ะอาหารจะอยู่ริมทะเล  สำหรับคืนนี้เป็น Seafoot Set BBQ เค้าย่างกุ้ง ปลา หอย หมึก มาเสริฟให้ถึงโต๊ะ และเดินไปตักสลัดที่โต๊ะไลน์สลัดเอง ตบท้ายด้วยผลไม้สด ซึ่ง ณ จุดนั้น กินไม่ไหวแล้วค่ะ อาหารอาจจะดูเหมือนน้อย แต่ก็อิ่มมากอยู่นาาา 555 เอ้อ แล้วบาร์ Seafood BBQ ตรงนี้ไม่ได้มีทุกวันนะ

หลังจากทานเสร็จเรียบร้อย เราก็ไปรำลึกความหลังกันที่โลนลี่บีช เป็นหาดถัดไปจากหาดไก่แบ้ที่เราอยู่นี่เอง ที่เราอยากมาซ้ำๆไม่ใช่เพราะมันสวย แต่อาจเพราะมันมีความทรงจำมากมายต่างหาก เพราะเป็นที่ๆเรารู้จักกันครั้งแรก เราเจอกันครั้งแรก เคยเขียนไว้ในกระทู้นึงด้วยหละ นี่ก็ผ่านมาจะสองปีแล้วเนี่ยยย เร็วจัง เขิลอะ

ปะๆ เช่ามอไซด์ขับไปกัน  รอบที่แล้วเรามาช่วงวันอาสาหบูชา ร้านเหล้าปิดหมดเลย เหลือแต่ติ๊งต๊องบาร์ที่เดียวที่เปิด วันนี้ก็เช่นกัน  มาวันวิสาขบูชา เมืองเงียบเชียว บาร์ปิดกันหมด มีติ๊งต๊องบาร์ที่ยังเปิดอยู่เช่นเดิม  แต่จะไม่มีเพลง และไม่มีแอลขายก่อนเที่ยงคืนนะ คนละขวดก็พอ เพราะต้องขับมอไซด์กลับ

GOOD MORNING

เช้าวันนี้อากาศดีไม่ค่อยร้อน เพราะมันครึ่มๆเหมือนฝนตก 555 ตามแพลนวันนี้คือพายเรือคายัก เล่นน้ำทะเล แล้วต่อด้วยนวดสปา น่าจะเป็นอะไรที่ลงตัวสุดละ เพราะกะว่าหลังพายเรือต้องปวดตัวแน่ๆ แต่ถ้าใครชอบดำน้ำ ก็เปลี่ยนจากนวดเป็นออกเรือไปดำน้ำสนอคเกิ้ลก็ได้ เพราะมันอยู่ในแพคเกตเดียวกัน เราตื่นมาทานอาหารเช้า  แล้วค่อยออกไปพายเรือกัน

พายเรือไปเกาะ ถ้าไม่ได้มาแบบแพคเกต จะต้องเสียค่าเรือเพิ่มชั่วโมงละ 300 แหนะ ซึ่งเราไม่ได้มาเล่นๆอยู่แล้ว การพายเรือคายัก เราว่า 1 ชั่วโมงมันไม่น่าจะพอ 555 จากรีสอร์ท เรามองเห็นเกาะเล็กๆอยู่ลิบๆ 2-3 เกาะ เลยตกลงกันว่าจะเอาเกาะไหนดี 

“‘งั้นเอาเกาะใหญ่สุดละกัน”

เราพายกันแบบชิลๆ ค่ะ ไม่เร่งรีบอะไร โชคดีที่วันนี้คลื่นไม่แรง แดดไม่มี เลยไม่เหนื่อยมาก นั่นไง เกาะอยู่ข้างหน้าแล้ว ใช้เวลาพายจากรีสอร์ทถึงเกาะ ประมาณ 30 นาทีค่ะ บนเกาะนี้มีมีคนพายเรือมาเยอะเหมือนกันนะ เราเพิ่งเห็นว่ามันพายเรือมาจากอีกทางได้  ใกล้กว่าพายจากรีสอร์ทเราอีก 555

นึกว่าบนเกาะ จะเป็นเกาะร้างๆ สงบๆ ปรากฏว่ามันมีร้านส้มตำบนเกาะด้วยค่าา ตั้งเป็นเพิงเล็กๆ ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว น้ำปั่น และเบียร์เย็นๆ บางคนก็นอนอาบแดด บางคนก็ลงไปสนอคเกิ้ล บังเอิ๊นบังเอิญ พกเงินมาพอดี 70 บาท ก็เลยได้ซื้อเบียร์กินกระป๋องนึง  แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ 

เราว่าน้ำที่นี่ไม่ค่อยใสเท่าไหร่ แต่ก็ใสกว่าหน้ารีสอร์ทเยอะอยู่ อาจเป็นเพราะฟ้าปิดด้วยแหละ ท้องฟ้าและน้ำทะเลวันนี้เลยเป็นสีเทาๆ เราถามพี่ที่นั่งหน้าร้านส้มตำว่า 

“เกาะนี้มีอะไรให้ทำมั่งอะพี่ ดำน้ำได้มั้ย?”
“ดำก็ได้ แต่มันไม่สวย”
“แล้วที่ไหนมันสวยอะ”
“โน่น เกาะโน้น ปะการังสวย น้ำใส แต่หอยเม่นเยอะหน่อย”

เรามองตามนิ้วชี้พี่แกไป  เอิ่มมม มันคือเกาะเล็กๆแถวหน้าที่พักเรานี่เอง แต่คนละทิศกับที่เรามา ถ้าจะไปคงไม่ไหวละ งั้นกลับเลยละกัน 

หิว

เรากลับมาทานข้าวที่รีสอร์ทด้วยความหิวโหย พายเรือขากลับเหนื่อยกว่าเดิมเพราะคลื่นเริ่มมา เหมือนอาหารเช้าที่กินไป จะแปรรูปเป็นพลังงานพายเรือไปหมดแล้ว

เหลือเวลาอีก 4 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาสปา ที่จองไว้ ก็เลยออกไปแว๊นมอไซด์เล่น เราเลี้ยวเข้าไปที่หาดไก่แบ้คค่ะ เพราะเห็นช้างแว็บๆ เลยขับตามไป “มาเกาะช้างก็ต้องเห็นช้างสิ”  ถือว่ามาเกาะช้างแล้ว mission complete ค่ะ

ต่อด้วยไปจุดชมวิวไก่แบ้ มองเห็นเกาะที่เราเพิ่งพายเรือไปด้วยหละ เกาะซ้ายสุดเลย ส่วนเกาะดำน้ำสวยๆที่เค้าบอกคือเกาะหยวก ไม่รู้อันไหนนะ

เราว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อนจริงๆ เดินเล่นริมทะเล ว่ายน้ำ นวดสปา มันจะมีอะไรดีไปกว่านี้ อยากอยู่อีกหลายๆวัน

คืนนี้เราทานข้าวที่โรงแรมเช่นเดิม บังเอิญเจอกับคุณลุงคุณป้าฝรั่งโต๊ะข้างๆ เค้ามาพักร้อนที่ไทย และได้พักอยู่ที่นี่มาเดือนนึงแล้ว  วันนี้เป็นวันสุดท้าย โหยยยย เป็นชีวิตวัยป้าในฝันเลยอะ ออกมาเที่ยว มาพักผ่อนกับสามี  แบบละทิ้งเรื่องงานให้หมด ไม่ต้องคิดเยอะ  ไม่เอาลูกมาให้ปวดหัว 555 น่าอิจฉาเนอะ

 

พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว ต้องตื่นเช้าหน่อย เพราะรถตู้กลับกรุงเทพจะมารับ 8  โมง เราเดินไปซื้อของฝากในดาวน์ทาวน์ก่อน ซึ่งมันก็อยู่หน้าโรงแรมนี่เอง ข้างนอกดูวุ่นวายมาก เพราะวันนี้ไม่ใช่วันทางพุทธศาสนาแล้ว บาร์ต่างๆก็เปิดหมด เสียงเพลงดัง รถวิ่งกันขวักไขว่ พอได้กลับมาในรีสอร์ทแล้วยังกับคนละโลก สงบดี หลับสบายละคืนนี้

ขากลับเรากลับรถตู้แบบเดิม  เค้ามารับถึงหน้ารีสอร์ท คันเดียวไม่มีลง ส่งตรงถึงกรุงเทพเลย พอดีบ้านเรามันอยู่นอกเมืองไง ไม่งั้นรถตู้ก็คงจะส่งถึงหน้าประตูบ้านอยู่ ยังไงถ้าจะจองก็ลองตกลงกับรถก่อนก็ได้เนอะ

บ๊ายบายเกาะช้าง

มาครั้งนี้ก็ยังเที่ยวไม่ทัวเหมือนเดิม คือฝั่งของเกาะยังไม่เคยไปเลย  หวังว่าจะได้มาอีกนะ

 และนี้ก็คือทริปเที่ยวเกาะช้างในแบบของเรา
แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าจ้า

ต้นอ้อ

Comments

comments

2 Comments

comment

Top Posts