travel with strangers | นั่งรถพัดลม กับ คนแปลกหน้า ไปนอนโฮมสเตย์ที่จันทบุรี

หลายครั้งที่อยากไปเที่ยวแบบที่อยากไป
แต่ไม่มีเพื่อนไป 

เรารู้ว่ามันยากนะ
ที่จะหาคนที่สนใจในแบบเดียวกัน ทั้งเรื่องรสนิยมและเวลาที่ตรงกัน
เราเลยได้ไปเที่ยวคนเดียวอยู่บ่อยๆ
และได้ไปกับแจมกับทริปคนแปลกหน้าแบบงงๆ

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ไปเที่ยวกับคนแปลกหน้าในแบบที่อยากไป
ถ้าหาคนให้ไปแจมด้วยไม่ได้ ก็ต้องตามหาคนมาร่วมทริปเองซะเลย
จึงตั้ง project นึงขึ้นมา ชื่อว่า

“travel with stranger ไปเที่ยวกับคนแปลกหน้า”

คือหาผู้ร่วมอุดมการณ์ มาเดินทางด้วยกัน เราไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน
โดยโพสผ่านเฟสบุคเพจ  http://www.facebook.com/highondreams
ทุกคนไม่รู้จักกันจริงๆ ยกเว้นเรากับพี่ที่มาช่วยขับรถ
ชื่อพี่บ่าว ซึ่งเราก็เพิ่งจะรู้จักครั้งที่แล้ว ตอนที่เราขอเกาะรถเค้าไปแจมทริปด้วย แหะๆ

เราประกาศหาใครก็ได้ที่ว่างวันที่ 16-17 พ.ค. ไป Road Trip ชีวิตไม่ติดแอร์ กัน
ปลายทางที่ไหนไม่รู้ ยังไม่คิด แต่เป็นทะเลแน่ๆ
และเราจะไม่ใช่หัวหน้าทัวร์นะ ทุกคนช่วยกัน แชร์กัน
คือเราไม่ถนัดจริงๆ เรื่องการควบคุมคน (เราเองยังควบคุมตัวเองไม่ได้เลย 555)

chantaburi_001

ปล.
ทริปนี้ เราใช้กล้อง Panasonic Lumix GF7 สำหรับเก็บภาพตลอดทั้งทริป
เป็นสีจริงที่มาจากกล้องเลย ไม่ได้แแต่งอะไร นอกจากครอปและใส่ลายน้ำค่ะ
จึงขอเขียนเรื่องราวการเดินทาง พร้อมกับรีวิวการใช้งานกล้องตัวนี้ไปพร้อมๆกัน ☺

หลังจากเราได้เพื่อนร่วมทางทั้ง 7 คน
ก็ถึงเวลาตั้งกรุ๊ปแชทในไลน์
ตื่นเต้นมวากกกก กลัวจะนิ่งๆงงๆ อินี่ใคร
ปรากฏว่า นี่แชทกันลั่น ยังกะคนรู้จักกันมาก่อน 555
คือมันดีนะ ทุกคนพร้อม ทุกคนเปิดใจที่จะทำความรู้จัก

สรุปเส้นทางที่ได้คือ จะนั่งรถไปจันทบุรี
เพราะอะไรหนะหรอ?
จะ Roadtrip ทั้งที ขอเป็นถนนที่สวยที่สุดในประเทศไทยแล้วกัน
“ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ” จ.จันทบุรี
พอได้จุดหมายปลายทางมา เรื่องอื่นๆก็ตามมา ที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว ที่ถ่ายรูป บลาๆ
แบ่งหน้าที่กันไป มีคนโทรหาที่พัก มีคนวางแผนเส้นทาง
มีพนักงานบัญชี ช่างภาพ ช่างวิดีโอ ดูจริงจังอะ
ส่วนเรารับผิดชอบลิสเพลงตลอดทาง
เออ ง่ายดีเนอะ

แต่ตื่นเต้นชิบหายบอกเลย
นัดกัน 6 โมงเช้า กลัวตื่นไม่ทันก็เลยไม่นอนตามสเตป
ก็เช้าเกิ๊นน แต่เราเป็นคนนัดเวลาเองนะ 555

เลิกงานเที่ยงคืน ปาตี้ถึงตี 2 อาบน้ำ จัดกระเป๋า เตรียมตัว
ตี 5 ออกจากบ้าน นั่งรถไฟฟ้าไปแบริ่ง ซึ่งเป็นสถานที่นัดเจอกัน
ฟ้ายังไม่สว่างเลย

chantaburi_002

เจอหน้ากันครั้งแรก
เห้ย ลืมคิดไปเลย
ลืมสร้าง first impression
หน้ากุนี่เป็นศพมาเลยค่ะ
ฉีกยิ้มถ่ายรูปแต่ตานี่หลับไปแล้ว

ใครบอกให้อดนอน – -“

ไม่สิ ถามใหม่ดีกว่า
คือ ใครบอกให้ไปปาร์ตี้ก่อนเดินทาง!

เอาล่ะ 8 ชีวิต 2 วัน 500 กว่ากิโลเมตร บนรถตู้พัดลม

นี่คือโฉมหน้าผู้ร่วมทริปของเราในครั้งนี้
เป็นภาพแรกก่อนออกเดินทาง วิวห้องน้ำ สวยงามค่ะสวยงาม

chantaburi_003

ชีวิตบนรถตู้
ภาพที่คิดไว้ คือ พวกเรา เฮฮา ลัลล้า คึกคัก
นั่งรถชมวิว สวยๆ ชิลๆ ไปพร้อมกับสายลมและแสงแดดยามเช้า
ถ่ายภาพชิกๆคูลๆโพสเฟสบุคให้คนอื่นอิจฉา
นี่ฉันมา Road Trip Volkswagen แหละแกรร

ป่าวเลย…

ความเป็นจริงคือ
กินสปอนเซอร์ 1 ขวด และถ่ายภาพ 2-3 ภาพ ก็หลับเป็นตายค่ะ
ต้องขอโทษพี่บ่าวด้วย ที่หลับแหลกตลอดทางค่ะ 555

ถ้าเทียบภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือแล้ว คุณภาพต่างกันเยอะจริงๆ
ทั้งความกว้างของเลนส์ และคุณภาพของภาพ
จริงๆก็เอามาเทียบกันไม่ได้หรอก กล้อง Mirror less กับกล้องโทรศัพท์เนี่ย
แต่ปกติเราใช้แต่โทรศัพท์ถ่ายตอนไปเที่ยวเกือบทุกทริปไง
ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้วหละ ไปเที่ยวทั้งที เอากล้องดีๆไปแทนดีกว่า 555

อันล่างนี้เป็นภาพจากโทรศัพท์ค่ะ

IMG_0888

ตื่นมาอีกที เพราะความร้อน
นึกว่าเที่ยงแล้ว นึกว่าถึงแล้ว
ที่ไหนได้ เพิ่ง 9 โมง
แป่ววว…

หลับต่อแพร๊บบบบบ

chantaburi_008

เข้าเมืองจัน
ในเมืองจันบุรีมีชุมชนเมืองเก่าแก่กว่า 100 ปีแอบซ่อนอยู่
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจันทบูร ซึ่งเคยเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนู้นนน
(ข้อมูลไม่แน่นค่ะ ใครทราบรบกวนช่วยเสริมด้วย ขอบคุณค่ะ)

เป็นสถานที่ที่ได้ยินมาซักพักแล้วว่า เหมาะสำหรับการเดินเล่นชิลๆ
ใช้ชีวิตเนิบๆ ค่อยๆดู ค่อยๆเสพย์

เดินถ่ายรูปกันตลอดทาง

และมันจะรู้สึกชิลจริงๆ
ถ้าเราไม่ได้มาเดินตอนพระอาทิตย์แสกอยู่กลางหัวแบบนี้อะนะ


บ้านบางหลังจะเปิดให้คนเข้าไปดูด้วย
เริ่มพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานเรียนรู้ประวัติศาสตร์
ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นชุมชนเก่าแก่ไว้อยู่
สังเกตจากเหล่า ปู่ย่าตายาย ที่ยังดูเหมือนใช้ชีวิตปกติในบ้านหลังนั้น
เคยอยู่มายังไง ตอนนี้ก็ยังอยู่แบบนั้นเหมือนเดิม

chantaburi_017

chantaburi_016

ซูมเข้าไปให้ดู เป็นรูปที่มีทุกบ้านจริงๆ
(แม้เป็นภาพที่ถ่ายแบบซูม แต่ภาพก็ออกมาชัด และไม่แตกเลย)

chantaburi_016-2

โบสถ์คริสต์เมืองจันท์
หรือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธิ-นิรมล
เป็นโบส์สไตล์โกธิค ไม่น่าเชื่อว่ามีอายุ 300 กว่าปีมาแล้ว

BUDDY SHUTTER กันสะหน่อย เซ้ลฟี่หมู่แบบไม่ต้องกดซัตเตอร์เอง แค่ FLIP จอมา เมื่อหน้าแต่ละคนเข้ามาใกล้ๆกัน
ชัตเตอร์ก็จะนับถอยหลัง ทำงานเองอัตโนมัตจ้าา

ตอนแรกก็จะงงๆนะ ว่า
“เห้ย! ยังไม่กดชัตเตอร์เลย ทำไมมันถ่ายแล้วเนี่ย”
คือ เก๊กไม่ทันไง หน้าเหวอมาเลย
มันต้องใช้เวลานิดนึง เป็นเซลฟี่ที่ต้องฝึกปรือมาดี
แล้วมันจะสะดวกสบายขึ้นมาก ถ่ายมันส์ขึ้น
ถ่ายสองสามที ตอนนี้โปรละ 555

chantaburi_021

เดินกลางแดดนานๆ มันก็ร้อนนะ
ต้องหาอะไรมาคลายร้อนซักหน่อย
:P

ภาพนี้เป็นฟังก์ชั่น Defocussing
สามารถถ่าย Object แบบหน้าชัดหลังเบลอ
ทำให้ Object นั้น ชัดขึ้น เด่นขึ้น น่าสนใจขึ้น
เย็นขึ้น อร่อยขึ้น ไม่ใช่แระ ☺

chantaburi_023

chantaburi_022

เรานั่งพักที่นั่นซักพัก เริ่มง่วงอีกล่ะ
“ออกเดินทางต่อ ไปนอนที่พักกันเถอะ”

ประมาณ 45 กิโลจากตัวเมือง
ไปโฮมสเตย์ริมน้ำที่เราจองไว้

“108 HOMESTAY”
เป็นโฮมสเตย์ริมคลอง ที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าชายเลน
เข้าซอยไปลึกมาก เลี้ยวจากถนนใหญ่ แล้วเลี้ยวไปเลี้ยวมาอีก
ลึกจนแทบจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
รถเข้าไม่ถึงตัวที่พัก ต้องเดินต่อไปอีกโค้งนึง
ที่นี่ก่อนนี้เป็นบ้านเฉยๆ เจ้าของเป็นชาวประมง
และได้ทำบ้านตัวเองให้เป็นโฮมสเตย์ และยังคงทำประมงไปพร้อมๆกัน
(ที่พักราคาคนละ 1500 พร้อมอาหาร 3 มื้อ+กิจกรรม)

เรากำลังมาเสพย์ชีวิตที่เมืองกรุงเทพให้ไม่ได้
ความสงบ
ธรรมชาติ
และ
อากาศบริสุทธิ์


ภาพเซตนี้เราใช้โหมด AUTO
ปรับแสงปรับความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัต
ถ่ายไงก็สวย เพราะกล้องปรับมาให้แล้ว
เราปรับแสงไม่ค่อยเป็น กดเป็นอย่างเดียว 555
เน้นความรวดเร็ว ใช้งานสะดวก และภาพสวยค่ะ

อยากเล่นน้ำ!!
พอเห็นที่พักแล้วความง่วงหายไปเลย
ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำเยอะนะ แล้วแต่จะเลือกเลย
นั่งเรือเที่ยวรอบๆ หรือจะนั่งแพเปียกลากไปตามคลอง

แน่นอนว่า
เลือกแพเปียกสิค้าาา รออะไร

เราเลือกไปนั่งบนเรือลากก่อน เพราะจะถ่ายรูปเพื่อนๆ
แล้วค่อยกระโดดจากเรือ ว่ายไปแจมบนแพรทีหลัง

พอกระโดดไปเท่านั้นแหละ
เห้ย!!
น้ำมันเค็มเว่ย!

คิดว่าเป็นคลองน้ำจืดมาตลอด ที่แท้มันคือน้ำที่มาจากทะเล
นี่เราอยู่ทะเลแล้วหรอเนี่ย
ไม่รู้ตัวเลย…

ถ้าถ่ายภาพที่เคลื่อนไหว speed shutter ต้องทัน
เซตนี้เราเลยใช้ iA+ เป็นฟังก์ชั่นของกล้องสำหรับ ปรับภาพอัตโนมัต (intelligent auto plus)
มันมากกว่า AUTO ธรรมดา ตรงที่มันจับภาพเคลื่อนไหว
และสามารถปรับโฟกัสไปตาม Object ที่เคลื่อนไหวอยู่ได้ด้วย โดยไม่มีโฟกัสพลาดแน่นอน

ระหว่างที่เราเล่นน้ำ
ป้าเจ้าของโฮมสเตย์ จะเตรียมอาหารไว้รอ

สำหรับเสือผู้หืวโหย 555

เป็นบุฟเฟ่อาหารทะเล เติมได้เรื่อยๆจนกว่าจะหมด
นี่คือสิ่งที่รอคอยมาตลอดทั้งทริป
ปลายทางของแท้คืออันนี้แหละ
กุ้งเผาตัวใหญ่เนื้อแน่นๆ ปูนึ่ง ปลาทอดนำ้ปลา
กุ้งแช่มะนาว หอยนางรมทรงเครื่อง ต้มยำทะเลหม้อไฟ
ทั้งหมดนี้ เติมได้ไม่อั้น!!!

ซึ่งป้าแกจะไม่ทำตุนไว้นะ
ถ้าสั่งใหม่ก็จะไปตักเอากุ้งเอาปูจากบ่อมาทำใหม่เลย
อร่อยและสดทุกอย่าง
ขาดไปอย่างเดียว คือหอยแครงและปลาหมึกของโปรดไม่มี T_T
แต่ไม่เปนไร แค่นี้ก็อิ่มจนไม่รู้จะอิ่มยังไงแล้ว

ภาพนี้อาหารยังมาไม่ครบ ขาดอีกประมาณ 3-4 อย่าง แต่ต้องถ่ายไว้ ก่อนจะโดนฟาดเรียบ

chantaburi_034

close up ปูตัวเท่าบ้าน และกุ้งแช่มะนาว
เทสความชัดตื้นชัดลึกของเลนส์
ทำไมดูภาพนี้แล้วนี้แล้วมันน่ากินขนาดนี้นะ กุ้งยังดูใสๆอยู่เลย

หลังอาหาร คือ party time
ช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น และตบหัวกันง่ายขึ้น
เราเล่นไพ่แทงม้ากัน ได้เกมส์นี้มาจากเพื่อนฝรั่งที่เจอที่ภูเก็ตทริปที่แล้ว
เกมส์อินเตอร์นะค้าาา 5555

ยิ่งดึกก็ยิ่งสลบไปทีละคนๆ
ส่วนเราไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน อยู่ได้ถึงตี 4
Energy ล้นเกินไป เพราะซัดหอยนางรมไป 3 ชุดแน่ๆ – -“

ตัดภาพไปตอนเช้าเลยดีกว่า
เอ้ย
อย่าเรียกว่าเช้าเลย เรียกว่าเกือบเที่ยง!
ลืมตาขึ้นมาเพราะร้อน คนอื่นหายไปหมด
เหลือแต่ผู้รอดชีวิตเมื่อคืน แต่ไม่รอดในตอนเช้า
555
ไหวปะ หลับยาวเลย

chantaburi_037

ตื่นมากินข้าวต้มทะเลกับผัดหมี่

ที่ป้าทำไว้ให้เป็นอาหารเช้า
จริงๆมันคือของเหลือ
คนตื่นเช้าเค้ากินกันไปหมดแล้ว555

มีเป็นหม้อใหญ่ๆเลยนะ
แต่เราตักมากินแค่นี้

chantaburi_038

และอีกไม่ถึงชั่วโมงก็เป็นเวลาของอาหารเที่ยง (กินอีกแระ)
อาหารพวกนี้ก็เติมได้ไม่อั้นเช่นเดิม
ปูผัดผงกะหรี่ ผัดผักกุ้ง ทอดมัน ปลาราดพริก ต้มยำทะเล

แซบ!
chantaburi_039

ยังมีเวลาให้ทุกคนนั่งชิลไปเรื่อยๆ
เหมือนช่วงเวลาฟรีไทม์
บางคนยังไม่ตื่น
บางคนไปนอนต่อ
ทุกคนมีเวลาเท่ากัน
อย่าโทษเวลาว่ามีน้อยไป
ถ้ายังไม่ได้ใช้มันกับสิ่งที่อยากทำ

ถ้าเราอยากนอน เราจะนอน
และเราจะไม่เสียดายเวลาเลย

แต่ตอนนี้อยากพายเรือ

(สีเสื้อกับสีเรือนี่ยังกับสี RGB จะสดไปไหน)
เป็นสีภาพที่ได้จากกล้องเลยค่ะ

ซักพักเราก็อยากไปนอนเปล

อีกกิจกรรมของที่นี่คือ
ดูวิธียกอวนดักปลาดักกุ้ง
พอพวกเราเห็นกุ้งสดเต้นๆอยู่ในตาข่ายเท่านั้นแหละ
ขอลุงมาทำกุ้งแช่น้ำปลาเลย (กินอีกแล้ว)
แกะสดๆ แกะทั้งยังเป็นๆ รสชาติไม่ต้องพูดถึง
โคตรสด โคตรหวาน โคตรอร่อย
:3

chantaburi_048

นอกจากกุ้งที่จับได้แล้ว
เราเจอปลาหมึกแถมมาอีกตัว
อยากกินดิ :3
ลุงเลยพาจัดเมนูเปิปพิสดาร
หั่นปลาหมึกกินแบบสดๆ
ดูโหดเนอะ
ตอนแรก ใครๆก็ว่าเราโหดงี้แหละ
พอหั่นใส่จานมา ก็เห็นกินกันทุกคนอะ – -“
หนวดมันยังดูดอยู่เลยนะ หนึบๆดี
ชอบบบบบ
หุหุ

ถึงเวลาต้องเช็คเอ้าท์ออกแล้ว
ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นตู้รถดังเดิม

ภาพนี้เป็นแบบตั้งกล้อง แล้วสั่งถ่ายด้วยโทรศัพท์
คือกล้องมันมีระบบปล่อยไวไฟ เพื่อคอนโทรลผ่านโทรศัพท์ได้ค่ะ
นอกจากนี้ส่งภาพเข้าโทรศัพท์ เพื่อแชร์ไปให้เพื่อนๆ หรือโพสลงโซเชียลได้

chantaburi_051

ได้เวลาไปทะเลจริงๆ
อยู่ในทะเลที่ไม่คิดว่าเป็นทะเลมาตั้งนาน
อยากจะเจอทะเลจริงๆซักที
ระหว่างทางกลับ เราไปถนนเรียบทะเลแบบยาวๆเลย

เราจอดรถลงไปดูทะเลที่หาดแหลมสิงห์

จอดพุ่งลงทะเลกันแแบบนี้แหละ!

เหมือนเป็นทริปถ่ายรูป
มาถ่ายรูปกันอย่างเดียว แต่ไม่มีใครสนใจลงทะเลซักคน 555

จากถ่ายแต่วิวแต่รถ ก็หันกลับมาถ่ายคนบ้าง
เป็นหลักฐานว่าพวกเรามาด้วยกันแล้วนะ อย่าลืมๆ

เซลฟี่กันด้วยระบบตรวจจับโฟกัสใบหน้าของกล้อง (FACE SHUTTER)
พอฟริบจอให้หันมาข้างหน้า เอามือบังหน้าไว้แล้วเคลื่อนออกไป
ระบบชัตเตอร์ก็จะทำงานอัตโตมัติ
คือไม่ต้องกดปุ่มชัดเตอร์ให้กล้องสั่น

chantaburi_069

ต้องมีโพสเซลฟี่ตัวเองซักภาพแหละ
นี่ขนาดไม่ได้มั่นเหง้าหน้านะ 555
พูดได้เต็มปากว่าเนียน ด้วย BEAUTY FUNCTION : Soft Skin คร่าาา
:P
เขิลจุง

chantaburi_072

ต่อด้วยเส้นทางเรียบทะเลที่สวยที่สุดในประเทศไทย
‘ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ’ ในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน

แต่แบทดันหมด เพราะถ่ายรัวที่หาดแหลมสิงห์
T_T

รูปสุดท้ายของทริปนี้
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดทริป

“แค่อยากนั่งรถกินลม เรียบไปตามทะเล”

มันสวยจริงๆนะ
เราวางกล้อง(เพราะแบทหมด)
เงยหน้าขึ้นมาเสพย์วิวตรงหน้า

อยากจะถ่ายภาพด้วยตาได้จริงๆ

chantaburi_074

จบทริปอย่างสวยงาม
พวกเราแยกย้ายกันกลับบ้าน กลับไปนอนตากแอร์เย็นๆ
การบอกลาในครั้งนี้ เราไม่ได้รู้สึกใจหายหรือเสียใจอะไรเลย
มันไม่ใช่การเจอกันครั้งสุดท้าย
แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพต่างหาก
พวกเราก็อยู่กันที่กรุงเทพนี่แหละ ไม่ได้ไกลกันเลย
จะนัดเจอกันเมื่อไหร่ก็ได้
และที่แน่ๆ เราจะต้องได้เจอกันอีก ปาร์ตี้กันอีก แทงม้าด้วยกันอีก  555

ไม่มีคำว่าคนแปลกหน้าต่อกันแล้วนะ

ขอบคุณทุกคน ที่กล้ามาด้วยกัน
ทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่รู้ไปยังไง
ขอบคุณพี่บ่าว พี่หญิง พ่อแม่ของทริปนี้ :P
ขอบคุณ เอิง น้องอ้อม พี่ชุ พี่เดียร์ ลูกแก้ว ลูกสมุนทั้งหลายๆ 555
ขอบคุณกล้อง Panasonic Lumix GF7 ที่ให้ยืมถ่ายในทริปนี้

chantaburi_075

จากการใช้งาน Panasonic Lumix GF7 ขอสรุปเป็นข้อๆนะ
–    ถ้าจะให้นิยามจุดเด่นของกล้องนี้คือ “เซ้ลฟี่จัดหนัก” คือ มันมีฟังก์ชั่นสำหรับถ่ายภาพเซลฟี่เยอะมาก เด่นๆเลยคือ การถ่ายโดยไม่ต้องกดชัตเตอร์ (Hand free selfie) อันนี้ดี เหมาะกับคนมือสั่น เช่น การวาดมือผ่านหน้าเลนส์กล้อง(Face Shutter) หรือ เมื่อถ่ายคู่กับเพื่อนแล้วเอาหน้ามาใกล้ชิดกัน(Buddy Shutter) แล้วระบบชัตเตอร์ทำงาน คือจะนับถอยหลังให้เตรียมตัวเก๊ก
–    นอกจากนั้นก็มีจอ 3 นิ้ว ที่สามารถ FLIP 180 องศาได้  และ Touch screen
–    คนส่วนใหญ่ชอบเซ้ลฟี่ด้วยกล้องมือถือ ซึ่งก็รู้กันอยู่แล้ว่าคุณภาพของกล้องมือถือไม่เท่ากล้อง Mirror less    แน่ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายเซ้ลฟี่แบบมีคุณภาพค่ะ
–    ฺBeauty Function ประมาณว่าแอ๊พหน้าเนียน แต่จะเนียนแบบไม่เบลอเหมือนแอ๊พมือถือ มันเนียนแบบเนียนๆอะ
–    รูปลักษณ์ของกล้องดูสวยเลย ขนาดกะทัดรัด ไม่หนักกระเป๋า เล็กกว่า mirror less ทุกตัวที่เคยลองมา
–    กล้องมีขนาดเล็ก ถ้าคนมือใหญ่ก็อาจจะจับถ่ายไม่ถนัดนะ แต่มือเราโอเค
–    WIFI คอนเนคได้ง่ายกว่าที่เคยใช้มา ไม่ต้องกรอกพาสเวิด WIFI ให้ยาก สามารถส่งรูป และคอนโทรลกล้องผ่านมือถือได้ด้วย
–    แบทหมดเร็วไปหน่อย วันนึงไม่พอ ถ้าใช้แบบถ่ายทุกเวลาแบบเราอะนะ ต้องพกแบทสำรอง
–    ฟังชั่นถ่ายอัตโนมัตที่มี บางทีมันเร็วไปหน่อย แรกๆจะเก๊กไม่ทัน หลังๆพอเริ่มรู้ทาง จะเก๊กเร็วขึ้น โปรขึ้น 55
–    ปกติถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ เพราะสะดวก แต่เจ้ากล้อง mirrorless เครื่องนี้ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกสะดวกมากๆ แถมยังได้ภาพที่คุณภาพดีกว่า ไม่เลวๆ

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ
สามารถเข้าไปอ่านทริปอื่นๆ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่
https://www.facebook.com/highondreams หรือ
https://www.highondreams.com

THANKS KAAA :}

Comments

comments

One Comment

comment

Top Posts