WEEKEND RETREAT at WAREERAK | บ่อน้ำร้อนวารีรัก ทรอปิคอลออนเซ็นแบบไทยๆ ที่ซ่อนอยู่ในจังหวัดกระบี่

รู้มั้ยว่า ‘กระบี่’ ก็มีออนเซ็น

แต่เป็นทรอปิคอลออนเซนฉบับเมืองไทย นุ่งโสร่ง โจงกระเบน ตีโป่งลงน้ำ จิบน้ำมะพร้าวริมบ่อเก๋ๆ สครับผิวด้วยสมุนไพรไทย นวดแผนไทย โยคะไทย  นอนบ้านไม้มุงจากทรงไทย แล้วตามด้วยกินอาหารไทย ดีจนทำให้ลืมออนเซนที่ญี่ปุ่นไปเลย

ออนเซนที่ดีเนี่ย มันไม่ใช่แค่การได้แช่น้ำร้อนเฉยๆ อย่างนั้นไปต้มน้ำใส่อ่างแล้วนอนแช่ก็ได้ แต่มันต้องมีแร่ธาตุจากธรรมชาติ  ที่มีประโยชน์กับร่างกายและผิวพรรณ มีเทคนิคการแช่ที่ถูกต้อง มันก็จะดีกับตัวเรา และช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นด้วย

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เลยอยากจะให้รางวัลร่างกายตัวเองบ้าง หลังจากเหนื่อยจากการทำงาน  ด้วยการพามาให้ธรรมชาติบำบัด  ครั้งนี้เป็นการเที่ยวกระบี่แบบไม่มีทะเล  ไม่มีปีนผาหรือ Adventure ใดๆ แบบครั้งก่อนๆ แต่มันจะเป็นทริปที่ผ่อนคลายและสบายตัวที่สุดที่เคยไปมาเลย

ที่นี่

“บ่อน้ำร้อนวารีรัก จังหวัดกระบี่”

ที่นี่เพิ่งได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 11 ประจำปี 2560 รางวัลดีเด่นประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  มาการันตีความดีงาม  ว่ามาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่ๆ

เรามีเวลาแค่เสาร์-อาทิตย์ เป็นทริปเที่ยวกระบี่ที่ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย และไม่เหมือนเดิม ก็เพราะเราจะเข้าคอสสปาแบบเต็มวันไปเลยจ้าา

Healhty Package 2 วัน 1 คืน
ทางสปามีบริการรถ รับ-ส่ง จากสนามบิน
และที่พักห้อง Bamboo Cottage 1 คืน

DAY1
BANGKOK -KRABI
จะมีรถจากวารีรักมารับที่สนามบิน
Relax
Night Spa

DAY2
“กินรีลงสรง” คอสสปาเต็มวันตั้งแต่ 10 โมงเช้า – บ่าย 3
มีสครับผิว วารีรักษา นวดบ่า-ไหล่ด้วยลูกประคบ
อาหารกลางวัน เรียนพับดอกไม้จากใบเตย
และนวดแผนไทย
Relax
บินกลับกรุงเทพ

นอกจากนี้ยังมีแพคเกต 1 วัน ไปเช้าเย็นกลับ หรือจะ 4 วัน 3 คืน  หรือ 7 วัน 6 คืนก็ยังมี  เพราะอย่างที่บอกมันเป็นวารีบำบัด หรือการรักษาด้วยน้ำร้อน  คนที่เค้าต้องการมารักษาจริงๆก็อยู่นานหน่อย ชาวต่างชาตินิยมมากันเยอะ

……

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
075 637 130
http://www.wareerak.co.th/
https://www.facebook.com/wareerakhotspringspa/

ที่พักที่นี่จะมี 2 แบบคือ BAMBOO COTTAGE กับ VILLA ของเราพักบ้าน  BAMBOO COTTAGE เป็นห้องพัดลม มีชานบ้านกว้าง นั่งชิลได้ ใต้ถุนสูง ตามสไตล์บ้านไทยสมัยก่อน กลางวันอาจจะร้อนหน่อย แต่กลางคืนเย็นสบายมาก แต่ไหนๆก็จะมาให้ธรรมชาติบำบัดอยู่แล้ว ก็อยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุดเนาะ หากใครขี้ร้อนก็เลือกแบบวิลล่าเลยค่ะ

ที่นี่เค้าออกแบบให้เรา ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด  ทุกพื้นที่เป็นแบบเปิด รับลม โล่ง สบาย ทั้ง Lobby และ ห้องอาหาร มันสามารถนั่งชิลได้ทุกพื้นที่เลย

ตู้โชว์ที่หลัง Lobby และรางวัลต่างๆที่ได้รับ เห็นมั้ยว่า ใครๆก็ชอบที่นี่

มาเดินดูรอบๆ วารีรักกันก่อนดีกว่า บริเวณโดยรอบค่อนข้างร่มรื่น มีต้นไม้เยอะมากๆ  มีสระน้ำเลี้ยงปลา ปลูกพืชสมุนไพร  บางทีก็รู้สึกว่าเดินอยู่ในบ้านสวนของคุณลุง บวกกับพนักงานต้อนรับที่ต้อนรับอย่างดี มันรู้สึกอบอุ่นใจอะ

มาถึงโซนบ่อน้ำร้อน แต่ละบ่อจะมีความแตกต่างกัน 3 ระดับ คือ 45c / 35c และอุณภูมิปกติ ใส สะอาดจริงๆ  เค้าบอกว่า(อ่านป้าย) น้ำที่นี่ถูกนำไปวิเคราะห์ที่ Lab ประเทศเยอรมันแล้ว  ได้รับการยืนยันว่าเป็นน้ำแร่ธรรมชาติที่มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ สามารถดื่มกินได้ ไม่มีสารอันตราย ไม่มีกลิ่นกำมะถัน ช่วยบำบัดอาการปวดข้อ กล้ามเนื้อ และบำรุงผิวพรรณ

บ่อน้ำร้อนของวารีรักมีส่วนที่เปิดให้เป็นสาธารณะด้วยนะ ส่วนบ่อโซนที่เราอยู่นี้จะอนุญาติให้แค่ผู้ที่พักและคนที่ซื้อคอสเข้ามาได้เท่านั้น มันก็เลยเป็นส่วนตัวมากๆ 

การลงบ่อน้ำร้อน จะต้องใส่ผ้าถุงที่วารีรักจัดให้  เป็นเหมือนยูนิฟอร์มของที่นี่เค้าหละ ไม่ต้องนั่งโป๊เขิลกันเหมือนแช่ออนเซนที่ญี่ปุ่นเนาะ อิอิ ไหนๆก็ไหนๆ เดินมาขนาดนี้แล้วจะไม่ลงไปแช่ก็ยังไงอยู่  งั้นเปลี่ยนชุดลงเลยจ้าา

เราชอบที่รูปทรงของแต่ละบ่อเป็น FREEFORM  และเล่นระดับเหมือนขั้นบันได มีมุมที่นั่งให้เลือกว่าจะให้น้ำอยู่ที่ระดับไหน จะแช่แต่เท้า แช่ถึงเอว แช่ถึงอก หรือแช่ถึงคอ ก็มีที่นั่งได้ สบายจริงๆ

มาวันนี้ก็เพิ่งเข้าใจ คำว่าตีโป่ง มันเป็นอย่างนี้นี่เอง 555

มีคลาสโยคะฟรี ที่หน้า Lobby ในทุกๆเช้า 7.00-8.00 และเย็น 17.00-18.00

หลังอาหารเย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็ได้เวลาผ่อนคลายกับ Night Spa Pragram แล้วหละ เป็นการนวดฝ่าเท้า ผสานกับคลื่นเสียงบำบัด หรือเค้าเรียกว่า Single Bowl เพื่อส่งเข้านอน  (สปากันในห้องนอนเราเลยนี่แหละ) ช่วยให้หลับสนิทและผ่อนคลาย เกิดมาก็เพิ่งเคยนวดก่อนเข้านอนแบบนี้ คือดี อยากทำทุกคืนเลยจริงๆ แล้วก็อยากหลับไปตอนนั้นเลยจริงๆ คืนนี้ฝันดีแน่นอน

DAY2

เช้าวันใหม่กับวันที่เฝ้ารอ  หลังอาหารเช้าก็เตรียมตัวเปลี่ยนชุด เป็นยูนิฟอร์มเก๋ๆ  ผ้าขาวม้าและเดรสผ้าถุงเหมือนเดิม ตอน  10 โมงเช้า ตามเวลาที่นัดไว้

สเตปแรกของสปากินรีลงสรง คือนี่เลย โยคะไทย เป็นท่าประยุกต์จากท่าฤาษีดัดตน และการรำมโนราห์ ซึ่งเป็นเอกลักษ์ของภาคใต้ ให้เป็นการยืดกล้ามเนื้อ  และกำหนดลมหายใจเข้าออกลึกๆ  เป็นการเตรียมความพร้อมร่างกายได้ดีทีเดียว

*จากภาพ ทำไมท่าเราไม่สวยเหมือนครูทำเลย ฮ่าๆ

สครับสมุนไพรไทยสด ส่วนผสมต่างๆที่เอามาขัดผิว ก็มาจากสวนของที่นี่ ผสมทำใหม่ทุกวัน  ประกอบไปด้วย ขมิ้น มะขามเปียก มะนาว โยเกิร์ต แตงกว่า ข้าวบด  ละก็ เอิ่ม เราก็จำได้ไม่หมด บวกกับน้ำมันมะพร้าวด้วย เพื่อให้ไม่ผิวไม่แห้ง หลังขึ้นจากบ่อน้ำร้อน จากนั้นล้างตัวเพื่อเข้าโปรแกรมวารีบำบัด (Hydrotherapy)

วารีบำบัด (Hydrotherapy) ถามว่าร้อนมั้ย  ร้อนสิ อุณภูมิตั้ง 42องศา แต่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นก็โอเคอะ มันก็จะมีระดับอุณภูมิที่อุ่นลงมาอีก ให้ร่างกายได้ปรับตัวก่อนย้ายไปบ่อร้อน  และสลับไปบ่อเย็น ไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นจะมียืดกล้ามเนื้อด้วยโยคะไทยไปด้วย มีพนักงานดูแลตลอด เพื่อให้วารีรักษาได้ผลยิ่งขึ้น

ตามด้วย นวดประคบสมุนไพรไทย จริงๆแช่ออนเซนมันก็สบายตัวอยู่แล้ว การนวดหัวบ่าไหล่ในขณะที่เท้าแช่น้ำอุ่นเนี่ย คือช่วงเวลาที่ฟินที่สุด คนที่ชอบนวด ต้องติดใจทริปนี้แน่ๆ

ปิดท้ายครึ่งเช้าด้วย ขนมและมะพร้าวเย็นๆ  พร้อมนอนแช่น้ำในบ่อเย็น (อันนี้หมดโปรแกรมแล้วขอแช่ต่อเอง)  ก่อนลุกไปเปลี่ยนชุดทานอาหารกลางวันกันต่อ

หลอดดูดมะพร้าวก็ยังเป็นหลอดธรรมชาติเลย หลอดไม้ไผ่ ประดับดอกม่วงๆ ทำให้สปาไทยๆ ดูบูธีคเข้าไปอีก

อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารที่นี่เป็นอาหารไทย เพื่อสุขภาพ เน้นผักและปลา  แต่ละวันเมนูก็จะไม่เหมือนกัน  เอาจริงๆเราอยากเสนอให้มีเมนูสำหรับมื้อกลางวันให้เลือกด้วย แต่ก็มาคิดได้ว่ามันคืออาหารเพื่อสุขภาพ ครบ 5 หมู่ ถ้ามีให้เลือกเราคงเลือกเนื้อสัตว์เน้นๆแบบที่กินอยู่ทุกวัน แล้วคอสเพื่อสุขภาพครั้งนี้ก็คงจะหมดกัน 555

หลังอาหาร ยังพอมีเวลาให้ได้ย่อยอีก 1 ชั่วโมง ก่อนจะไปนวดแผนไทย อาจจะไปนั่งพัก นอนพัก หรือไปเรียนพับดอกไม้จากใบเตยก็ได้ บ้านหลังนี้อยู่ท้ายสุดของสวนวารีรักเลย ชั้นบนเป็นเตียงนวดน้ำมัน ส่วนชั้นล่างเป็นโต๊ะน้ำชา และเรียนพับดอกไม้

ช่วงสุดท้ายของคอสคือการ นวดแผนไทย หมอนวดที่นี่คือนวดดีมากๆ สบายจนเกือบหลับ แต่ไม่กล้าหลับเพราะกลัวไม่รู้สึกสบาย งงมั้ย 555 นวดมีน้ำหนัก เน้นตรงจุด ชอบตอนนวดหัวที่สุด คือดีย์ แต่คอสจบเร็วเกินไป อยากนวดต่ออีกซักชั่วโมง ฮืออ 

แอบแถมให้นิดนึงว่า ที่นี่ตั้งอยู่ใกล้น้ำตกร้อนคลองท่อมมากๆ มากแบบแค่มีคลองกั้น สามารถข้ามไปได้ด้วยการว่ายน้ำ!!! ฟังไม่ผิดหรอก แค่ว่ายน้ำข้ามไปจริงๆ  แต่จะต้องจ่ายเงินค่าเข้าน้ำตกด้วยนะ  คนไทย 20 บาท ต่างชาติ 160 บาท ค่ะ อเมซิ่งไทยแลนด์มากๆ น้ำตกมีน้ำอุ่นกำลังดี มีแอ่งในน้ำตกให้ลงแช่  น้ำไหลตกลงบ่าเหมือนได้นวดไปด้วย แต่พอน้ำตกลงคลองแล้ว เย็นเฉยเลย

ทริปนี้นอกจากจะรู้สึกสบายตัวแล้ว เรายังรู้สึกภูมิใจด้วย เพราะเค้าเอาความเป็นไทยมาผสมผสานกับการทำวารีบำบัด แล้วทำก็ออกมาได้ลงตัวมากๆ  ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างประเทศชอบ เราว่าคนไทยก็น่าจะชอบเหมือนกัน 

ถ้าอยากเติมพลังใจให้คนข้างๆช่วย
ถ้าอยากเติมพลังกายให้มาที่นี่ค่ะ

“Wareerak Hot Sprint Retreat”

แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าค่า
ต้นอ้อ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

075 637 130
http://www.wareerak.co.th/
https://www.facebook.com/wareerakhotspringspa/

Comments

comments

Be First to Comment

comment

Subscribe to Blog via Email

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.