KRABI ADVENTURE GUIDE | กระบี่ 3 วัน 3 คืน 3 กิจกรรม ดำน้ำ ปีนผา พายคายัค

เราว่า ”กระบี่” คือ the Best Destination ของสายลุยสายทะเล หลังจากที่ไปใช้เวลาอยู่ที่นั้น 3 วัน 3 คืน  ทั้งดำน้ำที่เกาะพีพี ปีนผาที่ไร่เลย์ พายคายัคที่พูลธารา เหลือแค่นวดตัวอย่างเดียวนี่แหละ ถึงจะจบสวย แบบนี้ก็จะจบทริปแบบปวดๆตัวหน่อย 555 แต่มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเราเองก็ไม่ใช่คนออกกำลังกายซักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นทริปนี้  สำหรับคนเที่ยวแบบเน้นกิจกรรม ใครๆก็ตามได้เนอะ 

:}

KRABI PLAN

DAY 1 : POOLTARA / KAYAKING / SWIMMING

DAY 2 : DAYTRIP TO KOH PHIPHI

DAY 3 : ROCK CLIMBING RAILAY / CHILL

DAY 1

เราออกเดินทางจากกรุงเทพไปกระบี่ ด้วยสายการบิน Bangkok Airways สายการบิน Boutigue ที่ดูแลดีดี๊ มีอาหารให้กินจนอิ่มท้องจากห้องรับรอง พอขึ้นเครื่องไปก็ยังมีอาหารเสริฟอีก ดีงามมม 

ทางไปจองตั๋วเครื่องบิน http://www.bangkokair.com/full/th
ติดตามโปรโมชั่น https://www.facebook.com/FlyBangkokAir/

มาถึงสนามบินกระบี่ปุ๊ป ติดต่อรถเช่าที่จองไว้  JOOB CAR RENT เค้าจะเอารถมาให้ถึงสนามบินเลย  เป็นบริษัทของคนในท้องที่ในกระบี่เองนี่แหละ รถใหม่ ราคาไม่แรง วันละ 1200 บาท มาเที่ยวบ้านเค้าทั้งทีก็อุดหนุนเค้าเนอะ และรถคันนี้แหละ ที่จะนำเที่ยวทั่วกระบี่ในทริปนี้เลย หลายๆที่เที่ยวในกระบี่ รถสาธารณะยังเข้าไม่ถึง  การเดินทางด้วยรถส่วนตัวนี่แหละสะดวกสุดแล้วค่ะ

ติดต่อเช่ารถ https://www.facebook.com/Joobcarrent/
TELคุณจุ๊ฟ : 083-7134555
Line : @joobcarrent (อย่าลืมมี @ ด้วยนะจ๊ะ)

ออกจากสนามบินขับรถตรงมาพักเลย ประมาณ 27 กิโล “POOLTARA RESORT” (พูลธารารีสอร์ท)ที่พักของเราในวันนี้ โหววว ธรรมชาติมากๆ เขียวมาตั้งแต่ทางเข้ารีสอร์ท เข้ามาข้างในยิ่งชอบเพราะออกแบบได้น่ารัก แถมมีมุมนั่งเล่นเยอะเลย

สอบถามรายละเอียดหรือจองห้องพัก https://www.facebook.com/pooltara/
โทร : 099 643 6433 www.pooltara.comwww.pooltara.com

เดินเข้าไปข้างในอีกนิดจะเห็นคลองน้ำสีเขียวใส พร้อมชานไม้และเก้าอี้ชายหาด ชอบตรงที่มันไม่ได้เป็นแค่ที่พักอย่างเดียว แต่ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำอีกด้วย เราสามารถเข้าไปโดดน้ำ ว่ายน้ำ รวมถึงพายคายัคได้ด้วย คืออยู่แค่รีสอร์ทอย่างเดียวทั้งวันก็ได้อะ ฮ่าๆๆ ส่วนระดับน้ำในคลองลึกประมาณ 1.5 เมตร จากป้าย แต่มันขึ้นอยู่กับวันที่ไปด้วย บางวันหลังฝนตกน้ำจะเยอะ เช่นตอนเราไปนี่ก็ท่วมหัวมิด โดดจากชานไม้ได้สบายเท้าไม่แตะพื้นค่ะ ใครว่ายน้ำไม่เป็นมีชูชีพและห่วงยางบริการด้วย

 

ถ้าไม่ได้มาพักที่นี่สามารถมาเล่นน้ำได้มั้ย? ได้ค่ะ เพราะคลองนี้เป็นคลองสาธารณะ แต่ว่าได้ถึงแค่ช่วง 4-5 โมงเย็นนะคะ เพื่อให้แขกที่มาพักได้พักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว

ใครยังไม่เคยเล่นเป็นทาซานนี่ต้องลองนะ มันส์มาก วันแรกก็ระบมแล้วววว 5555

สำหรับห้องพักเราเป็นแบบ Deluxe Room ริมน้ำ ชั้นบนเป็นเตียงนอน ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่นและห้องน้ำ เป็นบ้านหลังเล็กๆกะทัดรัด แต่อุปกรณ์ครบครัน ทั้งทีวี โซฟา ตู้เย็น และแอร์ 2 ตัว นอนสบ๊ายยย

เล่นน้ำจนเหนื่อย ก็ได้เวลาอาหารเย็น มีคนแนะนำให้มาร้านนี้ “เขาทองเทอเรส” ร้านตั้งอยู่บนควน (ควน = เนิน ภาษาใต้วันละคำ 555) มองเห็นวิวทะเลกระบี่ และเกาะเล็กเกาะใหญ่เต็มไปหมด ยิ่งตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดินด้วยแล้ว แสงทองสวยมาก 

สำหรับอาหารเด่นของที่นี่ เป็นหมึกผัดน้ำดำ(ควรลอง) หมี่หุ้นแกงปู กุ้งซอสมะขาม และปลาตัวซ้ายสุดเราชอบมากแทบจะแทะก้าง แต่ดันจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร รสชาติคล้ายๆลาบแต่หวานๆเปรี้ยวๆ อ้อ มีมอคเทล Mojito แบบไม่มีแอลกอฮอลด้วย อันนี้ดีงาม

 

ร้านตั้งอยู่ที่  ถนนอบต. กบ. 2007 (คลองทราย-เขาทอง) (ตรงข้ามคาเลนวิลล่า) ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ โทร : 083-1074400 << คุณแพร >>
เปิดบริการทุกวันเวลา : 11:00 – 22:00 น.
https://www.facebook.com/pages/Khaothong-Terrace-Restaurant-ร้านอาหารเขาทองเทอเรสต์
http://www.khaothongterrace.com/

DAY 2 

เราตื่นกันแต่เช้าตรู่ พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เพื่อออกเดินทางไปท่าเรือไปเกาะพีพี รอบ Early Bird 7โมงเช้า กับทางพีพีทัวร์ ซึ่งเป็นทัวร์แรกที่จัดเดย์ทริปพีพีแต่เช้าตรู่  

ทำไมถึงต้องเช้าขนาดนั้น?  เป็นที่รู้กันว่าเกาะพีพีเป็นเกาะชื่อดังมากๆแห่งหนึ่งในเมืองไทย มีคนแห่เข้ามาเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งการไปตอนเช้าจะเป็นการหลีกเลี้ยงกรุ๊ปทัวร์และฝูงคนเยอะๆ ได้ เราจะเป็นเรือลำแรกๆ ที่เข้ามาในอ่าวมาหยา ยอมรับนะว่าครั้งที่แล้วไม่ค่อยประทับใจอ่าวมาหยาเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ ภาพอ่าวแบบไม่ค่อยมีคนมันอเมซิ่งมากๆ ลองนึกถึงหนังเรื่อง the beach มันได้ฟีลติดเกาะจริงๆ  พอถึงช่วงสายๆหน่อย คนก็จะเริ่มเยอะเหมือนเดิมแล้ว เราค่อยออกไปดำน้ำกันต่อ ตรงข้ามกับเรือทัวร์อื่นๆ ที่เพิ่งเข้ามา


ลงเรือที่หน้าอ่าวมาหยา เราสามารถเดินต่อไปอีกด้านของเกาะ ก็คืออ่าวโละซะมะ อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คที่ควรสละเวลาเดินมาซักนิด ถ้าน้ำไม่แรงก็ลงไปดูปะการังได้นะ

ถ้าถามว่าใต้นำ้เป็นยังไงบ้าง เราว่ามันก็ได้อยู่นะ อาจจะไม่ได้มีปะการังเป็นบริเวณกว้าง แต่ก็มีนีโมมีกัลปังหาให้เชยชมอยู่ แต่ที่สวยแน่ๆเลยเนี่ย คือความใสของน้ำทะเล ใสมวากกกก

หลังจากพีพีทัวร์พาเราพักทานข้าวบนเกาะพีพี ช่วงบ่ายเราไปต่อกันที่เกาะไผ่ เกาะที่มีทรายขาวละเอียดมาก และร้อนมากๆเช่นกัน 555 พวกเราลงน้ำกันจนตัวดำปี๊ดดดด คือมันอดใจไม่ลงไม่ได้จริงๆฮะ  โปรแกรมถัดจากเกาะไผ่ จะเหลือให้ดำน้ำอีกจุดนึง และกลับถึงฝั่งตอนบ่าย 3 

บนเรือมีเครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำอัดลม ผลไม้ เตรียมให้ไว้พร้อมตลอดเวลา หยิบกินไม่อั้น ส่วนไกด์นี่ก็เฮฮาได้ตลอดทาง ทั้งแต่เริ่มทริปยันออกจากเรือเลยจ้าาาา

ยังไงถ้าสนใจทัวร์หมู่เกาะพีพี-อ่าวมาหยา โดยเรือ Speedboat ติดต่อได้ที่ บริษัทพีพีทัวร์ มีให้บริการทุกวัน เวลา : 09.00-17.00 น. โทร : 087-885 0880 , 081-477 4857 , 075-656347 www.facebook.com/kohphiphitourskrabi  E-mail : [email protected]

ดำน้ำเสร็จมาหมาดๆ อาบน้ำล้างตัวที่ท่าเรือของพีพีทัวร์ ก็ย้ายที่อยู่มาพักแถวอ่าวนาง เพราะวันถัดไปจะมีทริปปีนผา ที่ไร่เลย์ ต้องขึ้นเรือแถวๆนี้

“BLUESOTEL” คือที่พักที่ใหม่ของเรา เป็นโรงแรมเก๋ๆ ออกแบบด้วยโทนสีฟ้าขาวเหมือนทะเล มาอยู่แล้วสบายตา โลเคชั่นดี ติดถนน ใกล้ของกินและเซเว่น ฮ่าๆ

 

ห้องพักหรูดูดี ชิคๆคูลๆ ที่ชอบที่สุดคือระเบียงห้องกว้างมากกก  เดินออกไปสูดอากาศหายใจได้สบายปอด และมี Sea view สำหรับห้องชั้นบนสุดด้วยนะค้าา นั่งดูพระอาทิตย์ตกจากระเบียงได้เลย

ในส่วนของสระว่ายน้ำ จะอยู่คู่กับบาร์น้ำเลย การได้นั่งจิบ cocktail ในขณะที่ตัวแช่อยู่ในน้ำด้วยนี่มันดีเหลือเกินน 555

สำหรับอาหารเย็นในวันนี้ พวกเราไปทานกันที่ร้านอาหาร “แล เล กริล Lae Lay Grill” ตั้งอยู่บนเนินเขาในอ่าวนางนี่แหละ วิวดีสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินได้สวยงามมากๆ ร้านตกแต่งด้วยโคมไฟรูปปะการัง และเพดานเป็นเหมือนฝูงปลาว่ายเวียน เค้าบอกว่าวัสดุที่ใช้ตกแต่งเนี่ยรีไซเคิลจากทะเล ในร้านมีเมนูซีฟู๊ด ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา จะเผาหรือจะฟิวชั่นก็ได้ รับรองว่าสดมาก เพราะระหว่างเดินขึ้นมาชั้นอาหาร มีตู้เก็บปลาให้เห็นด้วย เค้าบอกว่า เราสามารถเลือกสดๆ แล้วก็เอาให้พ่อครัวทำใด้เลย

สนใจจองโต๊ะ
โทร : +66 (0)75-661 588, +66(0)84 849 0001
https://th-th.facebook.com/LaeLayGrill
www.laelaygrill.com

DAY 3

เช้าอีกวันที่รอคอย เพราะวันนี้จะไปปีนผาจริงๆ ครั้งแรกที่ไร่เลย์ ตื่นเต้นมากๆ  แต่ก่อนอื่นต้องไปเลือกอุปกรณ์สำหรับการปีนทั้งหมดที่ “REAL ROCK CLIMBING” แถวอ่าวน้ำเมา วัดไซด์รองเท้า หมวก สายรัดเอว เช็คเพื่อให้พอดีกับตัวเราและใช้งานได้ดีทุกอย่าง แล้วใส่กระเป๋าเป้ที่เค้ามีให้ เราต้องรับผิดชอบของในกระเป๋านี้จนปีนเสร็จแล้วเอากลับมาคืนนี่เดิม สต๊าฟจะช่วยดูแลทุกขั้นตอน รวมถึงรถรับส่งจากช๊อปไปกลับท่าเรือ และจากท่าเรือไปกลับไร่เลย์

https://www.facebook.com/realrocksrailay/
phone: +66 (0) 807 181 351
email: [email protected]

ไร่เลย์ เป็นภูมิประเทศที่เหมาะกับการปีนผามากจริงๆ เราเลือกจะปีนแค่ครึ่งเช้า คือ 9 โมงเช้า ถึงเที่ยง ปีนทั้งหมด 2-3 จุดซึ่งก็แล้วแต่ครูจะจัดให้ ครู 1 คน จะดูแลลูกทีมมากสุดได้ 4 คน หรือใครต้องการปีนแบบตัวต่อตัวก็ได้ ไปตกลงกันเอาเองเด้อ คนที่มาปีนก็มีทั้งไทย ฝรั่ง หรือเด็กๆก็สามารถมาปีนได้ ครูช่วยเซฟตี้ให้อย่างดีแน่นอน 

เราเคยมาไร่เลย์มาหลายครั้งแล้ว เห็นคนปีนผาทุกครั้ง ก็รู้สึกน่ากลัวปนหวิวๆทุกครั้ง นั่งมองเค้าปีนกันขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วคิดใจใจว่า มันไม่กลัวกันหรอวะ…. มาวันนี้ถึงคราวตัวเองจริงๆ เรากลายเป็นคนอยู่ข้างบน และคนอยู่ข้างล่างก็คงจะคิดเหมือนที่เราเคยคิด “ไม่กลัวหรอวะ?” หืมมม กลัวดิวะ ขึ้นอะขึ้นได้ แต่มองลงไปดูคนข้างล่างแล้วแบบ หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม 555 แต่เวลาเราได้ลุยๆ ปีนๆ ขึ้นไปจริงๆ แล้วไปเห็นวิวตรงนั้นจริงๆ มันคุ้มค่ามาก มันรู้สึกดีมากๆ ลองเอาชนะความกลัวของตัวเองดู

นั่นเราเองงงงง สูง 20 เมตร ขึ้นได้แต่ไม่กล้าลง 555

นี่แค่จุดแรกของการปีนผา ครูบอกว่าเป็นรูทแรกของไร่เลย์เลยมั้ง สำหรับคนไม่เคยปีน ไม่ต้องกลัวนะ ที่นี่มีรูทปีนสำหรับเลเวลเด็กๆยันโปรเฟสต้แงแจ้ง การปีนผาครั้งแรกก็ไม่ยากเท่าไหร่ ขอใจถึงก็พอ

ในระหว่างทาง ที่เราจะย้ายไปจุดปีนผาอีกจุดนึง เดินผ่านหาดพระนาง จะบอกว่าทะเลตรงนี้สวยมากๆ น้ำใสและแดดดี ช่วงเที่ยงตรง คนกำลังน้อย เพราะทัวร์พักกินข้าวกันอยู่ 555

ไร่เลย์มีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเลย ละเนี่ยย “ค่างแว่น” เหมือนลิงสีดำ มีวงรอบตาสีขาวๆเหมือนแว่นตา พบเห็นได้ทั่วไปในป่าไร่เลย์เลย นอกจากไอ่ตัวนนี้ก็ยังมี ชะนีอีก ได้ยินผัวๆๆ เมื่อไหร่ นั่นแหละ ใช่เลย

ทั้งเข้าป่า ปีนเนิน มุดถ้ำ กว่าจะมาถึงจุดต่อไป ภูเขาหินใหญ่เวอร์

จุดที่เด็ดดวงที่สุดของเรา คือที่นี่แหละ เข้าถ้ำมาได้ซักพักจะมาทางมุดไปดูจุดชมวิว สวยแบบไม่คิดมาก่อนว่าที่นี่มีอะไรแบบนี้ด้วย เหมือนเป็น Hidden Cave ถ้ำแห่งความลับ โอ้ยยย ดีใจที่เอาตัวเองมาที่นี่ สวยน้ำตาไหลลล (ไม่ได้เว่อร์)

แต่ความพีคทั้งหมดทั้งมวล คือครั้งนี้ครูไม่ได้พาเราปีนผาละ แต่จะพาเราโรยตัวจากถ้ำนั้นแทน กรี๊ดดดด ไม่เคยโรยตัวมาก่อนในชีวิต แต่ก็นะขึ้นมาแล้วก็ไปให้สุดค่ะ สรุปให้ฟังง่ายๆว่า การได้ลองมาปีนผาอะ ดียยยยยยย์ มันดีมาก อดีลนาลีนหลั่ง รู้สึกเลือกสูบฉีด 5555

นอกจากจุดที่เรามา ที่นี่แค่ 2 จุดปีนเอง ยังมีอีกเป็นสิบๆรูทให้ไป แต่แค่นี้เดินกลับยังขาหล่อยเลย (ขาหล่อย = ขาเปรี๊ย เข้าใจภาษาเรามั้ย 555)

หลังจากปีนผาเสร็จ ช่วงบ่าย เราก็ยังคงไม่ไปไหน ยังอยู่ที่ไร่เลย์นี่แหละ เพราะรู้สึกเคลื่อนตัวไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆๆ แขนขาหมดแรง จะไปลงบาร์อย่างเดียวเลย ฮ่าๆๆ พวกเราปีนเสร็จก็เดินตรงไป TEW LAY BAR  (ทิวเลบาร์) กันค่ะ ที่นี่เป็นร้านสุดท้ายของหาดไร่เลย์ตะวันออก เดินเป็นกิโลอยู่นะจากถ้ำพระนาง

https://www.facebook.com/pages/Tew-Lay-Bar/745986602096659
TEL 087 4654135

แต่จะบอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไม่มีอาหารขายนะคะ มีแต่เครื่องดื่มอย่างเดียว เรานี่หลงมาด้วยความหิวมากกกก แบบใช้แรงที่เหลือทั้งหมดหลังจากปีนผา คือเดินมากะจะเติมพลังด้วยข้าวที่นี่ พอถึงแล้วก็ไม่มีแรงเดินกลับแล้วค่ะ ฮ่าๆ เลยจ้างพนักงานไปซื้อข้าวมาให้กิน 5555 ราคาสุดโหด กระเพราปลาหมึกกล่องละ 180 เด้ออออ กินเบียได้เกือบ 2 ขวด

และที่นี่แหละจะเป็นที่ชิลเอ้าท์ของเรา ปิดทริป Adventure ในครั้งนี้ได้อย่างสวยงามม หรออออ!!!! เรียกว่าปวดระบมดีกว่า ฮ่าๆ แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มันส์ สนุก และคุ้มค่าที่ได้มาผ

แล้วเจอกันทริปต่อไปเด้ออออ

ต้นอ้อ

……

Comments

comments

Be First to Comment

comment

Subscribe to Blog via Email

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.